น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กรมการศาสนา (ศน.) ได้ขอความร่วมมือองค์การทางศาสนา จัดทำแนวทางการปฏิบัติตามหลักศาสนาให้ศาสนิกชนของแต่ละศาสนาร่วมน้อมถวายอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีแนวทางตามหลักศาสนา ดังนี้
ศาสนาพุทธ มีมติมหาเถรสมาคม (มส.) เรื่อง แนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีมติให้คณะสงฆ์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศ ดำเนินการ 1. จัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ หรือพระสาทิสลักษณ์ พร้อมตั้งเครื่องราชสักการะ ภายในพระอุโบสถหรืออุโบสถ หรือสถานที่บำเพ็ญกุศลซึ่งสมพระเกียรติภายในวัด และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถวายบังคม 2.ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ หรือสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.2568 เป็นต้นไป 3. ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล เมื่อเสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) ในวันที่ 30 ต.ค. 2568 ปัณรสมวาร (15 วัน) ในวันที่ 7 พ.ย. 2568 ปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 12 ธ.ค.2568 และสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 ม.ค. 2569 ด้วยการบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ตามบริบทที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน 4. ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศลเป็นกรณีพิเศษ เมื่อเสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) ปัณรสมวาร (15 วัน) ปัญญาสมวาร (50 วัน) และสตมวาร (100 วัน) 5. ให้คณะสงฆ์เจริญจิตตภาวนาเพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ภายหลังทำวัตรสวดมนต์เย็น เป็นประจำทุกวัน ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก 6. เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
ศาสนาอิสลาม จุฬาราชมนตรีได้ประกาศแนวทางปฏิบัติสำหรับพี่น้องมุสลิมทั่วประเทศ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยอย่างเหมาะสมและสมพระเกียรติ โดยกำหนดให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐมุสลิมแต่งเครื่องแบบปกติขาว หรือเครื่องแบบตามที่ทางราชการกำหนด เว้นแต่กรณีได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษ ส่วนประชาชนทั่วไปให้แต่งกายสุภาพ สีเรียบ ไม่ฉูดฉาด ทั้งนี้ ในการเข้าถวายอาลัยพระบรมศพ ให้ยืนตรงสงบนิ่งหรือก้มศีรษะคำนับอย่างเหมาะสม โดยไม่ถึงระดับรุกัวะ หรือการก้มศีรษะที่ลำตัวขนานกับพื้น พร้อมกันนี้ ได้กำหนดให้มัสยิดทั่วประเทศอ่านคำถวายอาลัยก่อนละหมาดวันศุกร์ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และให้กล่าวคุตบะห์วันศุกร์ถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มัสยิดและศูนย์การเรียนรู้ชุมชนจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม เพื่อให้ศาสนิกชนได้ร่วมรำลึกถึงพระเมตตาธรรมอันล้นพ้นของพระองค์
ศาสนาคริสต์ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสต์ศาสนิกชนชาวไทย ได้ออกประกาศแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง พร้อมได้เชิญชวนให้วัดคาทอลิก สถานศึกษา และหน่วยงานในพระศาสนจักรทั่วประเทศจัดตั้งพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ในสถานที่อันสมควร เพื่อให้คริสตชนได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมจัดพิธีอธิษฐานภาวนาในพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้มีการไว้ทุกข์ถวายเป็นระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป
สภาคริสตจักรในประเทศไทยได้แจ้งให้คริสตจักรภาค คริสตจักรท้องถิ่น และหน่วยงานในสังกัดจัดพิธีนมัสการพระเจ้าและอธิษฐานถวายต่อพระเจ้า เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ พร้อมลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน และแต่งกายไว้ทุกข์ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว รวมทั้งเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ผ่านสื่อต่างๆ ของคริสตจักรในสังกัด
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศเชิญชวนคริสตจักร องค์กร และสถาบันในเครือทั่วประเทศ ร่วมจัดพิธีนมัสการพระเจ้า หรืออธิษฐานถวายต่อพระเจ้าเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ พร้อมลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน และปรับกิจกรรมในช่วงการไว้ทุกข์ให้เหมาะสม โดยถือแนวทางของทางราชการเป็นหลัก รวมทั้งเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ในสื่อประชาสัมพันธ์ของแต่ละหน่วยงานในสังกัด
มูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์ เชิญชวนคริสตจักรในสังกัดร่วมถวายอาลัยตามแนวทางของภาครัฐ โดยให้ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน และแต่งกายไว้ทุกข์เป็นเวลา 30 วัน โดยอาจจัดการนมัสการเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นกรณีพิเศษ พร้อมปรับรูปแบบกิจกรรมทางศาสนาให้เหมาะสม เช่น งานคริสต์มาส และงานปีใหม่ ให้มีความเรียบง่ายและสำรวม
มูลนิธิคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทย เชิญชวนประชาชนร่วมน้อมรำลึกและอธิษฐานสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ผ่านการนมัสการประจำวันและการนมัสการประจำสัปดาห์ ให้เหมาะสมตามความเชื่อของคริสตจักร ด้านการแต่งกายขอให้ผู้รับใช้ ศิษยาภิบาล เจ้าหน้าที่ และสมาชิก แต่งกายไว้ทุกข์ตามที่ทางราชการกำหนด ในช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดมูลนิธิฯ ลดธงครึ่งเสา รวมทั้งปรับรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาการไว้ทุกข์ โดยงดกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นงานรื่นเริงและถือปฏิบัติตามแนวทางของทางราชการเป็นหลัก และเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านบนช่องทางสื่อสารของคริสตจักรหรือสถาบัน เพื่อรำลึกถึงและเชิดชูพระเกียรติคุณ
ศาสนาพราหมณ์–ฮินดู สมาคมฮินดูสมาช วัดเทพมณเฑียร และโรงเรียนภารตวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะพราหมณ์ ร่วมประกอบพิธีสวดมนต์ขอพรต่อเทพเจ้า เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวันที่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 16.00 น. และวันที่ 26 ต.ค. 2568 เวลา 11.00 น. ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน (ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568) คณะพราหมณ์สวดมนต์บทสวดจาก “คัมภีร์ภควัตคีตา” โศลกที่ 15 “โยคะแห่งพระเจ้าสูงสุด” (ชรี-บะกะวาน อุวาซะ) สวดภควคีตา ตั้งแต่เวลา 08.00–09.00 น. ทุกวัน ณ วัดเทพมณเฑียร เป็นเวลา 90 วัน โดยแต่งกายไว้ทุกข์ตามที่ทางราชการกำหนด และปรับรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาไว้ทุกข์ โดยถือแนวทางของทางราชการเป็นหลัก
ศาสนาซิกข์ สมาคมศรีคุรุสิงห์ เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก และจัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมตั้งเครื่องราชสักการะ ภายในวัดซิกข์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ลงนามถวายความอาลัยประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอัรดาส อุทิศถวายพระราชกุศล ประจำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป และในวันสำคัญทางศาสนาซิกข์ วันที่ 5 พ.ย. 2568 จะทำพิธีสวดอัรดาส อุทิศถวายพระราชกุศล และจะกล่าวถึงพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านต่าง ๆ เพื่อน้อมถวายความอาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย แจ้งแนวทางปฏิบัติ สำหรับศาสนิกชนซิกข์-นามธารี โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติ ในวันที่ 25 ต.ค.2568 ได้จัดให้ศาสนิกชนซิกข์-นามธารี ยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเวลา 1 นาที ต่อด้วยพิธีอัรดาส (Ardas) และในการจัดพิธีสวดมนต์เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป ตั้งโต๊ะหมู่บูชาถวายสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสมุดลงนามถวายความอาลัย อีกทั้งให้มีการจัดบอร์ดนิทรรศการแสดงถึงพระราชกรณียกิจ โดยให้ศาสนิกชนแต่งกายไว้ทุกข์ ตามธรรมเนียมประเพณีของศาสนาซิกข์ และยึดหลักตามที่ราชการกำหนด หากจะต้องมีกิจกรรมใดๆ ในศาสนสถาน จะให้ปรับรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาการไว้ทุกข์



