เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ 29 ต.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของโครงการคนละครึ่งพลัส ปรากฏว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนแห่ใช้สิทธิ สแกนจ่ายคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้เดินสำรวจร้านพ่อค้าแม่ค้า ตลาดหลังกระทรวงการคลัง รับโครงการคนละครึ่งพลัส โดยผู้มีสิทธิมาใช้จ่ายตามสิทธิกันอย่างเนืองแน่น ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี
สำหรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ใช้ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-23.00 น. โดยรัฐจ่ายให้ 50% สูงสุด 200 บาทต่อวัน ใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง กรณีผู้ยื่นแบบภาษี ได้รับวงเงิน 2,400 บาทต่อคนตลอดโครงการ ส่วนผู้ไม่ได้ยื่นแบบภาษี ได้รับวงเงิน 2,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ คนละครึ่งพลัส ใช้ได้ตั้งแต่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 2568
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ยืนยันคนละครึ่งพลัสเฟส 2 มีอย่างแน่นอน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบทั้งหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข อาจให้สิทธิสำหรับคนที่ตกหล่นที่ลงทะเบียนไม่ทัน เพื่อจะได้เข้ามามีสิทธิในส่วนดังกล่าว ขณะที่ร้านค้า อยู่ระหว่างพิจารณาการเพิ่มทักษะให้กับผู้ประกอบการ โดยมีแรงจูงใจให้เรียนหนังสือ เพิ่มทักษะต่างๆ ใช้เอไอในการช่วยให้ขายของดีขึ้นอย่างไร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ
“ได้เรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงโครงการคนละครึ่งพลัสแล้วว่า มีความคึกคักมาก และเฟส 2 อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ซึ่งขอรับไปดูก่อน ซึ่งนายกฯ ก็มองเห็นว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก สำหรับงบประมาณนั้น จะต้องดูด้วยเช่นเดียวกัน โดยสิ่งที่ต้องพิจารณามีทั้งจำนวน สิทธิ งบประมาณ และวินัยทางการเงินและการคลังด้วย ส่วนผู้ที่ไม่ได้ใช้ในช่วงเวลาที่กำหนดและเงินเหลือ จะนำส่วนดังกล่าวอาจจะไปใช้ในการเพิ่มทักษะให้กับผู้ประกอบการแทน”
นายเอกนิติ กล่าวถึงบรรยากาศการเปิดใช้โครงการคนละครึ่งพลัสในวันนี้วันแรก ที่ตลาดหลังกระทรวงการคลังว่า ดีใจที่เห็นร้านค้าขายของได้คึกคัก และประชาชนมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งช่วยให้ประชาชนประหยัดได้ สำหรับร้านค้ามีการตอบรับดี โดยมีบางร้านค้าเท่านั้นที่ยังไม่ได้เปิดเข้าโครงการคนละครึ่ง
อย่างไรก็ตาม สามารถเปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าได้ถึง 19 ธ.ค. นี้ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าเข้ามาลงทะเบียนประมาณ 640,000 ร้านค้า ซึ่งเป็นยอดเก่าที่มีการแอคทีฟประมาณแสนกว่าร้านค้า
“ขอบคุณร้านค้าที่คึกคัก ขอบคุณประชาชน 20 ล้านสิทธิที่สนใจมาก ซึ่งทำให้เกิดความคึกคัก และตัวเลขล่าสุด 1 ชั่วโมงแรกมียอดขายประมาณ 35 ล้านบาท และล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. มียอดขายประมาณ 350 ล้านบาท ดังนั้นการที่ใช้ระบบดิจิทัลทำให้เห็นหมดเลย ล่าสุดมียอดใช้จ่าย ข้อมูล ร้านค้าที่ได้ประโยชน์ซึ่งมีถึง 200,000 กว่าร้านค้า ที่มีการใช้จ่ายแล้วในช่วงเช้าที่ผ่านมา และประชาชนที่ใช้ประมาณ 1.6 ล้านคน และเชื่อว่า ผลการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีผลมากกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ดี หวังช่วยให้เศรษฐกิจไทยไม่ติดหล่มในไตรมาส 4 ปีนี้ และอยากชวนร้านค้าต่างๆ อยากชวนให้ไปสมัคร”






นายเอกนิติ กล่าวว่า ล่าสุดได้คุยกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีต่างๆ ซึ่งในวันที่ 7 พ.ย. นี้ จะเปิดให้นำร้านค้าเข้าไปขายในออนไลน์ได้ด้วย ขณะเดียวกันจะมีการเปิดโครงการเพิ่มทักษะให้กับผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อเพิ่มทักษะกลุ่มที่ไม่เคยขายออนไลน์ หรือเพิ่มทักษะขายสินค้าอย่างไรให้ปัง มีหลักสูตรสอนทำอย่างไรให้ต้นทุนถูกลง มีระบบบัญชีมาช่วยที่สามารถรวบรวมข้อมูลให้ร้านค้า และได้หารือกับธนาคารออมสิน ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนพ่อค้าตัวเล็กตัวน้อย กู้เงินผ่าน MyMo ซึ่งจะช่วยลดการกู้เงินนอกระบบได้
ขณะเดียวกันในวันนี้ 29 ต.ค. ยังมีมาตรการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองได้เริ่มใช้แล้ว และสนับสนุนให้ทุกคนมาช่วยกันท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักได้ 1 เท่า ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท ขณะที่เมืองรองจะหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า รวมลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท



