นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์  กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมนานาชาติว่าด้วยการค้าบริการด้านการเกษตร ณ นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วงหนึ่งว่า   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งยกระดับประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก (Agricultural and Food Hub)” โดยขับเคลื่อนผ่านนโยบาย “3 สร้าง” ได้แก่ สร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคเกษตรไทยอย่างรอบด้าน  และเน้นย้ำการพัฒนาตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ตอบโจทก์ตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้ามูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ “เกษตรดิจิทัล” อย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับเกษตรกรให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรม ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเชื่อว่า “การค้าบริการเกษตรที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จะเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วม  และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างยั่งยืน”

“ขอชื่นชมต่อบทบาทนำของจีนในด้าน เกษตรดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรให้มีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านเกษตรกับประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกส่งเสริมความร่วมมือใน 3 ด้านหลัก เพื่อให้การปฏิวัติดิจิทัลนำไปสู่การเติบโตของภาคเกษตรโลกอย่างแท้จริง ได้แก่ 1) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 2) การพัฒนามาตรฐานและธรรมาภิบาลข้อมูลระดับโลก และ 3) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือนี้ จะสามารถเปลี่ยน “นวัตกรรม” ให้กลายเป็น “โอกาส” และเปลี่ยน “โอกาส” ให้กลายเป็น “ความมั่งคั่งร่วมกัน”