เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล หรือบอสณวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับ IO ที่โอนเงินกลั่นแกล้ง พร้อมทั้งคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำหยาบคายเพื่อขอเงินคืน โดยมีทางพ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 รับเรื่อง

นายณวัฒน์ ระบุว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมกับฝ่ายกฎหมายเพื่อแจ้งความเอาผิดกับ IO ที่โอนเงินกลั่นแกล้ง พร้อมทั้งคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำหยาบคายเพื่อขอเงินคืน ซึ่งบัญชี IO เหล่านี้ มีการโอนเงินตั้งแต่ 1 สตางค์ ถึง 3 บาท รวมแล้วกว่า 100 บัญชี แต่ก็มีบางคนเขียนหนังสือสารภาพ เพื่อแลกกับการไม่ให้ถูกดำเนินคดี บ้างก็ขับรถมาจากต่างจังหวัด มาสารภาพกับฝ่ายกฎหมายของบริษัท ซึ่งตนก็ได้สอบถามเหตุผลในการกระทำ หลายๆ คนก็อ้างว่าทำไปเพราะนึกสนุกและคนอื่นชักชวนให้ทำตาม บางคนก็เป็นทั้งแฟนคลับของคุณกัน จอมพลัง และเป็นแฟนคลับของตนเอง อย่างวันนี้ก็มีคนขับรถมาจากจังหวัดจันทบุรีเพื่อมาขอร้องให้ฝ่ายกฎหมายของตนไม่ดำเนินคดี หลังจากโอนเงินเข้ามาเพียงแค่ 1 สตางค์เท่านั้น นี่คือตัวอย่างของการกระทำโดยขาดความยั้งคิด ต้องขับรถมาไกลจากจันทบุรี ดังนั้นขอให้เป็นกรณีตัวอย่างว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นคุ้มหรือไม่

สำหรับวันนี้ บัญชีที่ตนนำมาแจ้งความกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เหลือเพียงแค่ 60 บัญชีเท่านั้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ตนออกมาโพสต์ขอเงินบริจาคคืนจากมูลนิธิ ส่วนทางด้านมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ได้มีการโอนเงินจำนวน 50,000 บาทคืนมาให้ตนเมื่อช่วงเวลา 15.00 น. แต่ก็ถือว่ายังไม่จบเรื่อง เพราะตนอยากจะขอดูรายละเอียดในบัญชีรายรับรายจ่ายแต่ทางมูลนิธิก็ไม่ยอมเปิดเผยมาอย่างชัดเจน และสงสัยว่าเงินที่ตนเองบริจาคไป กัน จอมพลัง บอกว่า เอาไปสร้างถนนหมดแล้ว ก็สงสัยว่าไปจ้างใครมาสร้าง? ใช้จำนวนเงินเท่าไหร่? รวมไปถึงมีการสร้างก่อนหรือหลังที่ตนจะบริจาคเข้าไป แต่ทางมูลนิธิไม่ออกมาเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายก็ขอให้ทุกมูลนิธิและทุกบริษัทเอกชนนำมาตรฐานแบบนี้ไปใช้ จะได้เป็นในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ นายณวัฒน์ ยังบอกอีกว่า ตนต้องการคืนเงินจำนวน 50,000 บาท ที่กัน จอมพลังใช้บัญชีส่วนตัวโอนมาให้ และยืนยันว่า กัน จอมพลังไม่สามารถสั่งการทุกคนได้ จะเป็นฮีโร่ตลอดไปไม่ได้ ซึ่งตนได้ปรึกษาเรื่องนี้กับหลายๆ คน บางคนได้เสนอแนะว่าให้โอนขณะที่กัน จอมพลังไลฟ์สดขายสินค้า แต่ตนก็มองว่าดูไม่เหมาะสม บ้างก็บอกว่าให้นำเงินไปมอบให้ตามที่อยู่มูลนิธิ ตนก็มองว่าจะไม่เหมาะอีก เพราะมูลนิธิดังกล่าวมีความกว้างเพียงแค่ 2 เมตรเท่านั้น ซึ่งวิธีที่ตนจะใช้ก็คือ มีการเขียนเช็กแล้วส่งไปที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรของกัน จอมพลัง พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งไม่ว่ากัน จอมพลังจะรับหรือไม่รับเงินก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหาของตน เพราะได้คืนเงินไปแล้ว

สุดท้ายนี้สิ่งที่ตนต้องการที่สุดคืออยากให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ เพื่อความโปร่งใส และเป็นที่ประจักษ์ของสังคม ส่วนเรื่องระหว่างตนและกัน จอมพลัง นั้น ขอไม่พูดถึงดีกว่า ถ้าหากเป็นไปได้ขอไม่ร่วมงานกันในอนาคตเลยก็ยิ่งดี

ด้าน พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 เปิดเผยว่า การโอนเงินเข้ามาโดยไม่มีที่มาชัดเจนดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนต้องเผชิญความยุ่งยากในการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และเกิดความเดือดร้อนรำคาญในการดำเนินงาน เนื่องจากต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุกบาทที่เข้าบัญชีอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย 2 ส่วน คือ 1.ความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 และ 2.ความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 11 (2) ในกรณีการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น หากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดจริง ตำรวจจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามขั้นตอน รวมถึงเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าบัญชีที่ใช้โอนเงินดังกล่าวเป็น “บัญชีม้า” หรือเกี่ยวข้องกับคดีอาญาอื่นหรือไม่ หากพบความเชื่อมโยงกับคดีอื่นก็จะดำเนินการเอาผิดในส่วนนั้นเพิ่มเติม แม้ว่าจุดประสงค์การโอนจะเป็นเพียงการก่อกวนก็ตาม