เรียกได้ว่าสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ท่ามกลางการจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “เจ้าชายแอนดรูว์” พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเผชิญกับจุดตกต่ำครั้งประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากที่ทรงถูกถอดถอนพระอิสริยยศ และฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด!

กรณีอื้อฉาวนี้ มีต้นตอจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับ “เจฟฟรีย์ เอปสเตน” มหาเศรษฐีคดีค้าประเวณีผู้เยาว์ และได้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ “เวอร์จิเนีย จุฟเฟร” อดีตเหยื่อ ได้ยื่นฟ้องพระองค์ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะมีการปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่แรงกดดันมหาศาลจากสาธารณชนและการยุติคดีด้วยการจ่ายเงินยอมความ ได้นำไปสู่ “พระบรมราชโองการให้ลดสถานะของเจ้าชายแอนดรูว์กลับสู่สามัญชน” โดยจากนี้ไปจะถูกเรียกในชื่อ “นายแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์” เท่านั้น

Britain’s Prince Andrew, Duke of York arrives to attend a Requiem Mass, a Catholic funeral service, for the late Katharine, Duchess of Kent, at Westminster Cathedral in London on September 16, 2025. Britain’s Duchess of Kent, known for her links to the Wimbledon tennis tournament and for anonymously teaching music at a primary school. The duchess, a talented pianist, organist and singer, was born Katharine Worsley into an aristocratic family in Yorkshire, northern England. (Photo by Jordan Pettitt / POOL / AFP)

จุดเริ่มต้น.. ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกับเจฟฟรีย์ เอปสเตน

กรณีอื้อฉาวทั้งหมด เริ่มต้นจากมิตรภาพใกล้ชิดระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสเตน ผู้ซึ่งเป็นนักการเงินชื่อดังและมีเครือข่ายกว้างขวางในสังคมชั้นสูงของสหรัฐอเมริกา


“เอปสเตน มหาเศรษฐีเบื้องหลังมืด”
เอปสเตนเป็นมหาเศรษฐีที่มีความสัมพันธ์กับคนดังมากมาย แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและค้าประเวณีผู้เยาว์ โดยมี “กิสเลน แม็กซ์เวลล์” เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการจัดหาเหยื่อที่เป็นเด็กสาวด้อยโอกาสมาล่วงละเมิดทางเพศ

“ความเชื่อมโยงกับราชวงศ์”
เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเป็นหนึ่งในพระสหายสนิทของเอปสเตน มีการไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง และมีภาพถ่ายปรากฏว่าพระองค์เสด็จไปเยือนที่พักของเอปสเตนที่นิวยอร์ก แม้ภายหลังเอปสเตนจะเสียชีวิตอย่างปริศนาในเรือนจำเมื่อปี 2019 ระหว่างรอขึ้นศาล แต่ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนต่อเจ้าชายแอนดรูว์ ก็ได้ปะทุขึ้นแล้ว

Copies of the biography “Entitled: The Rise and Fall of the House of York” by Andrew Lownie about Britain’s Prince Andrew, Duke of York, are displayed on the day of its release at Waterstones’ flagship store in Piccadilly, central London on August 14, 2025. The disgraced royal has became a source of embarrassment for his brother King Charles III following a devastating 2019 TV interview in which Andrew defended his friendship with billionaire US paedophile Jeffrey Epstein. He was stripped of his military titles in 2022 and shuffled off into retirement after being sued by Virginia Giuffre, an American woman who accused him of sexually assaulting her when she was 17. (Photo by HENRY NICHOLLS / AFP)

ข้อกล่าวหาของเวอร์จิเนีย จุฟเฟร

หลังการเสียชีวิตของเอปสเตน ทาง “เวอร์จิเนีย จุฟเฟร” ซึ่งอ้างว่าเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกล่อลวง ได้เดินหน้ายื่นฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งต่อเจ้าชายแอนดรูว์โดยตรงในศาลแขวงสหรัฐ ในแมนฮัตตัน โดยเธอระบุว่า “เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ถึง 3 ครั้ง ในช่วงปี 2001-2002 ขณะที่เธอมีอายุเพียง 17 ปี และยังไม่บรรลุนิติภาวะ” โดยเธอได้เปิดเผยภาพถ่ายคู่กับพระองค์ เพื่อยืนยันว่าเคยพบกันจริง

อย่างไรก็ตาม เจ้าชายแอนดรูว์ทรงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่า “จำไม่ได้ว่าเคยพบเธอมาก่อน” และในการให้สัมภาษณ์กับ BBC พระองค์ทรงยอมรับเพียงว่า “คิดน้อยเกินไป” ที่คบหากับเอปสเตน ทางทีมทนายของเจ้าชายแอนดรูว์ พยายามใช้ “เอกสารยอมความปี 2009” ระหว่างจุฟเฟรกับเอปสเตน มาเป็นเหตุผลในการยกฟ้อง แต่ศาลสหรัฐ มีคำสั่งรับฟ้องคดีดังกล่าว โดยชี้ว่าข้อตกลงนี้มีผลเฉพาะคู่สัญญาเดิมเท่านั้น

แต่ในท้ายที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นศาล เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเลือกที่จะยุติคดีนอกศาล โดยยอมจ่ายเงินที่ไม่เปิดเผยจำนวนให้กับนางสาวจุฟเฟร เพื่อแลกกับการถอนฟ้องทั้งหมด

Britain’s Prince Andrew, Duke of York leaves after attending the Easter Matins service at St George’s Chapel at Windsor Castle, in Windsor on April 20, 2025. (Photo by Kirsty Wigglesworth / POOL / AFP)

การถอดถอนพระอิสริยยศ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการจ่ายเงินไม่ระบุจำนวนไปแล้วนั้น แต่เรื่องอื้อฉาวนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อราชวงศ์อย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การถอดถอนตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะทรงดำเนินการขั้นสุดท้าย โดยสามารถไล่เรียงไทม์ไลน์ได้ ดังนี้..
– ปี 2562 เจ้าชายแอนดรูว์ทรงให้สัมภาษณ์ BBC และเกิดกระแสต่อต้านอย่างหนัก ทำให้ภายหลังทรงประกาศพักการประกอบพระราชกรณียกิจทั้งหมด
– ช่วงปี 2562-2565 เกิดแรงกดดันจากทหารผ่านศึกกว่า 100 นาย และคดีความเริ่มขึ้น ทางสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ให้คืนยศทางทหารและตำแหน่งพระอุปถัมภ์ทั้งหมด
– 18 ต.ค. 68 เจ้าชายแอนดรูว์ สละบรรดาศักดิ์ “ดยุกแห่งยอร์ก” และเครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์ (สูงสุด)
เจ้าชายแอนดรูว์สละพระอิสริยยศ ‘ดยุกแห่งยอร์ก’ ชงพัวพัน ‘เจฟฟรีย์ เอปสตีน’
– 30 ต.ค. 68 สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเริ่มกระบวนการถอดถอนพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด

Britain’s Prince Andrew, Duke of York reacts as he arrives at St. George’s Chapel, Windsor Castle, to attend the Easter Mattins Service, on March 31, 2024. (Photo by JUSTIN TALLIS / AFP)

สูญเสียสถานะทางราชวงศ์

หลังจากการดำเนินการโดยสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 เจ้าชายแอนดรูว์ได้สูญเสียสถานะความเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น คำนำหน้าพระนาม “His Royal Highness (HRH)” พระอิสริยยศทั้ง เจ้าชาย (Prince), ดยุกแห่งยอร์ก, เอิร์ลแห่งอินเวอร์เนส, บารอนแห่งคิลลีลีห์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์รอยัลวิกตอเรียน ชั้นสูงสุด (GCVO) รวมไปถึงที่ประทับ ที่ต้องยกเลิกสัญญาเช่าและย้ายออกจากคฤหาสน์ “รอยัล ลอดจ์” ในเขตวินด์เซอร์

Britain’s King Charles III, Britain’s Princess Anne, Princess Royal, Britain’s Prince Andrew, Duke of York and Britain’s Prince Edward, Earl of Wessex follow behind the hearse carrying the coffin as it arrives at St George’s Chapel inside Windsor Castle on September 19, 2022, ahead of the Committal Service for Britain’s Queen Elizabeth II. Monday’s committal service is expected to be attended by at least 800 people, most of whom will not have been at the earlier State Funeral at Westminster Abbey. (Photo by Owen Humphreys / POOL / AFP)

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าชายแอนดรูว์ถูกเรียกขานในนามสามัญชนว่า “นายแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์” และถูกถอดยศทั้งหมดแล้ว แต่พระองค์ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบสันตติวงศ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ เนื่องจากสถานะนี้ ต้องมีการออกกฎหมายของรัฐสภาเพื่อเปลี่ยนแปลงเท่านั้น และเป็นที่เข้าใจว่าพระธิดาทั้ง 2 พระองค์คือ เจ้าหญิงเบียทริซ (Princess Beatrice) และเจ้าหญิงยูเชนี (Princess Eugenie) จะทรงดำรงพระยศเจ้าหญิงต่อ ถึงแม้พระบิดาจะไม่ได้เป็นเจ้าชายแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะยังคงให้ความสนับสนุนทางการเงินส่วนพระองค์แก่พระอนุชาต่อไป โดยจะย้ายไปประทับยัง “ที่พักส่วนตัวทางเลือก”
-กษัตริย์ชาลส์ที่ 3 ทรงถอดพระอิสริยยศ “เจ้าชาย” ของ “เจ้าชายแอนดรูว์”

การดำเนินการถอดถอนพระอิสริยยศนี้ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากสำนักพระราชวัง ว่ากษัตริย์ทรงตั้งพระหฤทัยแสดงความรู้สึกเสียพระหฤทัยอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากการละเมิดทุกคน..