เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 156 มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 รัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 4 จึงไม่สามารถตอบได้ว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่และจะต้องมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่ ซึ่งในส่วนของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา ก็ให้ความร่วมมือแจ้งกับสมาชิก เตรียมความพร้อมหากมีการประชุมรัฐสภาวิสามัญ ซึ่งในเนื้อหาสาระขณะนี้มีการพูดคุยถึงประเด็นต่างๆ ที่ยังมีความเห็นแย้งกันอยู่หลายประการ อย่างการไม่สามารถได้มาซึ่งผู้ร่างหรือผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่ไม่ได้ตัดสิทธิการพิจารณาเลือกแบบทางอ้อม ในส่วนของรัฐสภาที่จะเป็นผู้เลือก รวมถึงหน้าตารูปแบบของกรรมาธิการยกร่างจะออกมาเป็นอย่างไร ควรจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ทั้งนี้อยากให้กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด และในท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องกำหนดรูปแบบ ขั้นตอนกระบวนการและหลักการพื้นฐาน ดังที่ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลฯ หรือสามารถระบุข้อจำกัดหรือข้อห้ามที่จะไม่ให้มีการแก้ไขได้หรือไม่
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ในประเด็นเหล่านี้ ทางคณะกรรมาธิการได้มีการตั้งคณะทำงานจากทุกภาคส่วน มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สว. และนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ซึ่งคณะทำงานเหล่านี้ จะเป็นผู้ไปดำเนินการพิจารณาในแต่ละประเด็นที่ยังเห็นต่างกันอยู่ ได้ตกผลึกหรือเป็นฉันทามติ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา ซึ่งในกรณีที่หาฉันทามติได้ อาจจะไม่จำเป็นจะต้องลงมติ แต่ในกรณีที่หาฉันทามติไม่ได้ จะต้องมีการลงมติ
“สัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า จะเดินหน้าเต็มที่ ส่วนจะมีสัปดาห์ต่อๆ ไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระของกรรมาธิการที่จะพิจารณา ซึ่งหากดูจากเนื้อหาทั้งหมดน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ครั้งเป็นอย่างน้อย ส่วนตัวคาดหวังว่าถ้าทำได้เร็วที่สุดก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด แต่ถ้ายังมีเรื่องที่ทำไม่แล้วเสร็จ ก็คงจะพยายามเร่งกระบวนการให้ได้มากที่สุด และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะนำไปสู่การเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของเนื้อหาสาระ ตนไม่สามารถตอบตอนนี้ได้ ตนจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ แล้วเสร็จ ให้เร็วที่สุด” นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนไหน เพราะปลายทางอย่าง กกต. ที่ต้องเตรียมการจัดทำประชามติก็รออยู่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เข้าใจว่า กกต. พร้อมจัดทำประชามติและเลือกตั้ง และนอกเหนือจากนี้ ยังมีการถามประชามติในประเด็นอื่นด้วย เช่น MOU 43-44 ฉะนั้นเชื่อมั่นว่า กกต. พร้อมทุกอย่าง อยู่ที่กรรมาธิการจะพิจารณาเนื้อหาสาระครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อไร ซึ่งจากการพิจารณามาแล้วทั้ง 4 ครั้ง ในมุมของตนเองมองว่าเกือบจะได้ข้อสรุปในทุกประเด็นแล้ว และเมื่อได้ข้อสรุป การเข้าเนื้อหาสาระรายมาตราจะต้องแก้อย่างไร ตนเชื่อว่าจะเดินได้เร็วขึ้น คาดว่าเดือน พ.ย. นี้ ทางคณะกรรมาธิการจะพิจารณาได้แล้วเสร็จ ส่วนจะเป็นวันไหนเมื่อไหร่ จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาในสมัยวิสามัญหรือสามัญหรือไม่นั้น ตนยังตอบไม่ได้.



