“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าโค้ชทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ชี้ว่าการที่รอบแรก ย้ายจาก สงขลา มาเตะที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ทำให้รู้สึกเสียดายกระแสแฟนบอลที่สงขลา แต่อีกมุมหนึ่งก็มีข้อดีสำหรับทีมชาติไทย

คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประชุมเมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 มีมติโยกสนามแข่งขันฟุตบอลชายซีเกมส์ รอบแรก กลุ่ม A ที่มี ทีมชาติไทย, กัมพูชา และ ติมอร์เลสเต จากเดิมจัดที่ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จ.สงขลา มาเตะที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ด้วยเหตุผลด้านการรักษาความปลอดภัย จากการเสนอของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคิวเตะคาดว่า วันที่ 4 ธ.ค.68 ไทย พบ ติมอร์เลสเต, วันที่ 7 ธ.ค.68 กัมพูชา พบ ติมอร์ฯ และวันที่ 11 ธ.ค.68 ไทย พบ กัมพูชา ส่วนรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ก็เล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน เท่ากับว่า ทีมช้างศึก จะปักหลักสนามเดียว ในการล่าแชมป์ซีเกมส์

“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์กับ “กีฬาเดลินิวส์” ว่า หลังจากที่ปรับสนามแข่ง ส่วนตัวก็รู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้ไปเล่นที่สงขลา ซึ่งเชื่อว่าจะมีกระแสแฟนบอลที่ดี ทีมชาติไทยไปแข่งที่สงขลา กระแสตอบรับดีมาก ขณะเดียวกัน เมื่อเปลี่ยนสนามรอบแรก แผนการเตรียมทีม ก็ต้องปรับเช่นกัน ตอนแรกคิดว่าฟีฟ่าเดย์ วันที่ 10-18 พ.ย.นี้ ซึ่งจะมีอุ่นเครื่องกับ อินเดีย จะไปเตะที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ จ.สงขลา เพื่อลองสนาม ก็อาจต้องมาวางแผนกันใหม่ ว่าอุ่นเครื่องที่ กรุงเทพ แทน นอกจากนี้ ก็ต้องมาประชุมกับทีมงานถึงแผนงานว่า เมื่อมาเตะที่ราชมังคลากีฬาสถานแล้ว จะพักที่ไหน ซ้อมที่ไหน

กุนซือช้างศึก กล่าวต่อไปว่า ข้อดีการปักหลักเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน ก็มีผลพลอยได้ในเรื่องของความสด ความฟิตร่างกาย มีเวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายเต็มที่ ขณะเดียวกัน จากที่มีแผนการในช่วงซีเกมส์ ที่แข่งตรงกับ ไทยลีก อาจปล่อยนักเตะไปช่วยสโมสร แล้วกลับมาทีมชาติ เรียกว่าแบบ ไป-กลับ ดังนั้นเมื่อมาเล่นที่ราชมังคลาฯ ปัญหาเรื่องการเดินทางของนักเตะก็น้อยลง ถ้าจำเป็นต้องปล่อยใครกลับต้นสังกัด แล้วกลับมาทีมชาติ หรือไม่ก็อาจเตรียมนักเตะในทีมคนอื่นทดแทนไปเลยสำหรับรอบแรก ส่วนรอบรองชนะเลิศ กับรอบชิงชนะเลิศ ก็คิดว่าจะได้มาแบบเต็มทัพ.