เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ในหลายพื้นที่ของ จ.กาญจนบุรี มีฝนตกมาตลอดในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงจากภูเขา เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน ในตำบลช่องด่าน ตำบลหลุมรัง เบื้องต้นมีจำนวน 6 หมู่บ้าน โดยระดับน้ำบางแห่งระดับน้ำสูงเกิน 1 เมตร เกิดกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเซาะคอสะพานในหมู่บ้านเป็นหลุมลึก โดยเฉพาะไร่อ้อยที่ใกล้จะถึงช่วงตัดอ้อยส่งโรงงาน ถูกน้ำพัดล้มเสียหายเป็นจำนวนมาก

ด้าน นายชวโรจน์ มากแก้ว นายอำเภอบ่อพลอย พร้อมทีมงาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบและช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมรายงานไปยัง นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ และผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดไปยังทุกอำเภอในปกครอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และผู้อำนวยการท้องถิ่นทุกแห่ง ให้ตรวจสอบดูแลพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีหากเกิดประสบอุทกภัยจากน้ำท่วม พร้อมฝากเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้ขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และเฝ้าติดตามสถานการณ์ในระยะนี้

ขณะเดียวกัน นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำหวัดกาญจนบุรี นำถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาบ้านถูกน้ำท่วมเร่งด่วน โดยได้ประสานกับ นายชวโรจน์ มากแก้ว นายกอำเภอบ่อพลอย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ อส. และสื่อมวลชนเดินเท้าลุยน้ำที่สูงระดับหน้าอกเข้าไปมีระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร รวมทั้งน้ำที่ไหลเชียว เพื่อนำถุงยังชีพเข้าไปส่งมอบให้กับประชาชนที่ไม่สามารถออกมาสู่โลกภายนอกได้มีอาหารยังชีพ และคาดว่าสถานการณ์น่าจะเข้าสู่ปกติหากไม่มีฝนตกลงหนักอีก แต่ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกลงมาไม่ขาดสาย ซึ่งทางกรมอุตุฯ ได้แจ้งว่าสถานการณ์ฝนจะตกตั่งแต่วันที่ 28 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 3 พ.ย. 2568 นี้.





