เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2568 โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ บ้านกุดสิมคุ้มเก่า ต.เขาวง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ คือหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ชาวอำเภอเขาวง ที่ในอดีตพสกนิกรของที่นี่ มีความยากจน เนื่องจากอยู่ในถิ่นทุรกันดาร แต่พระองค์ทอดพระเนตร พบว่ากลุ่มสตรีชาวอำเภอเขาวง จะนิยมการทอผ้า เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรชาวอำเภอเขาวง เมื่อปี 2535 จึงได้มีรับสั่งให้ส่งช่างฝีมือเข้ามาฝึกสอนการทอผ้า และจัดตั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิมคุ้มเก่า จนสามารถพลิกชีวิตความเป็นอยู่ให้กับราษฎร ดีขึ้นถึงปัจจุบัน

นางถนอม ภูดี อายุ 69 ปี ประธานโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิมคุ้มเก่า เล่าว่า ในอดีตชาวอำเภอเขาวงประสบปัญหาความยากจน ไม่มีอาชีพและมีปัญหาความแห้งแล้งเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์พื้นที่เป็นหุบเขาล้อมรอบ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2535 จึงได้นำโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิมคุ้มเก่า มีการนำช่างฝีมือเข้ามาฝึกสอน ทำให้ความเป็นอยู่ของกลุ่มสตรีดีขึ้น และในปัจจุบัน โครงการนี้ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องยังมีสมาชิก 92 ราย ที่เป็นกลุ่มแม่บ้านของอำเภอเขาวงและในเขตอำเภอใกล้เคียง ในแต่ละวันจะทำการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าย้อมคราม หรือแม้แต่ผ้าไหมแพรวา เมื่อทอเสร็จแล้ว ด้วยความเป็นโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามารับซื้อเป็นประจำ ทำให้พสกนิกรของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่ดี ปัจจุบันโครงการนี้ อยู่ในความดูแลของ กองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ จังหวัดขอนแก่น

“ในสิ่งที่ประทับใจและมีความภาคภูมิใจสูงสุดที่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ท่าน นอกจากจะเป็นอาชีพการทอผ้าแล้ว ในแต่ละปีหลังจากที่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ส่งเสริมอาชีพการทอผ้าให้กับกลุ่มสตรีในทุกๆ จังหวัด ยังมีการจัดประกวดการทอผ้า เป็นการประชันฝีมือ เพื่อวัดคุณภาพ แนวทางการพัฒนาการทอผ้า โดยเฉพาะด้านความคิดสร้างสรรค์ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร ซึ่งในส่วนของโครงการศิลปาชีพกุดสิมคุ้มเก่า ได้มีการส่งช่างฝีมือเข้าประกวด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ก็ได้รับรางวัลมาตามลำดับเป็นรางวัลที่ 1 จะเป็นเงินสด สร้อยคอทองคำ และเหรียญเงินที่เรียกกันว่าเหรียญ 3 ทหารเสือ ที่ด้านหน้าของเหรียญ มีพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 รางวัลที่พระองค์พระราชทานให้เป็นรางวัล ก็จะเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท เงินสด 60,000 บาท แต่เหรียญ 3 ทหารเสือ จากเหรียญเงินก็ได้เปลี่ยนเป็นเหรียญทองคำ ที่ถือเป็นรางวัลใหญ่ เป็นความฝันอันสูงสุดเป็นมงคลยิ่งต่อชีวิต ของกลุ่มสตรีทอผ้าที่ได้ส่งผลงานเข้าประกวดในสมัยนั้น

นางฉวีวรรณ ศิลาแยง อายุ 58 ปี สมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้รับรางวัลเป็นเหรียญทองคำ 3 ทหารเสือ พร้อมเงินสดจำนวน 60,000 บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ตั้งแต่ปี 2545 ถือเป็นรางวัลความฝันอันสูงสุดของสตรีทอผ้า เป็นรางวัลที่เกิดจากด้านความคิดสร้างสรรค์อันดับหนึ่ง ที่ได้ถึง 4 ปีซ้อน และรางวัลทั้งหมดก็ได้เก็บเอาไว้เป็นมรดกให้กับลูกของตน ด้วยพระปรีชาของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เล็งเห็นความสามารถของพสกนิกรและพระเมตตาในการให้อาชีพให้กับกลุ่มสตรี อาชีพการทอผ้าทำให้ครอบครัวของตนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถส่งลูกไปเรียนหนังสือสูงๆ ได้ การสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทำให้กลุ่มสตรีเสียใจและอาลัยเป็นอย่างมาก แต่ก็พร้อมที่จะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ด้วยการพัฒนาการทอผ้าให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สำหรับรางวัลเหรียญ 3 ทหารเสือ ในวงการทอผ้า หากบุคคลใดมีเหรียญนี้ติดตัวเป็นรางวัลแล้ว จะถือว่าเป็นสตรีผู้ที่มีความสามารถในการพัฒนางานฝีมือการทอผ้า ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าที่สุดของชีวิตสตรีในชนบท นอกจากนี้ในปัจจุบัน ภายในบริเวณโครงการส่งเสริมศิลปาชีพกุดสิมคุ้มเก่าแห่งนี้ ยังมีศาลาทรงงาน ที่มีพระฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระเก้าอี้ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เคยมาประทับระหว่างการเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรชาวอำเภอเขาวง โดยส่วนราชการได้มีการจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และด้านหน้าศาลาทรงงาน ยังมีต้นราชพฤกษ์ ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปลูกเอาไว้ ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี