เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 พ.ย.) ที่ ด่านบ้านหินดาด หมู่ที่ 10 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ร.ต.อ.ชัยยะ สิทธิจันทร์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปส.) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 พร้อมด้วย ร.ต.ท.นพพนันท์ ศรีสุภะ หัวหน้าชุด ชปส.ร้อย ตชด.414 และเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าตรวจชายแดน 4102 ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณด่านบ้านหินดาด เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจรถกระบะ 2 คันที่ขับผ่านเข้ามายังเขตประเทศไทย ซึ่งพบว่ารถกระบะโตโยต้า สีขาว แบบมีรั้ว ทะเบียน บว 7524 ชุมพร บรรทุกแรงงานต่างด้าวรวม 21 คน แบ่งเป็นชาย 1 คน หญิง 6 คน และเด็ก 14 คน พร้อมสัมภาระจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมแรงงานต่างด้าวอีกกลุ่มหนึ่งที่เดินเท้าตามมา เพื่อจะผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 17 คน ผู้ใหญ่ 9 คน เด็ก 8 คน รวมแรงงานต่างด้าวทั้งหมดที่ถูกตรวจพบในครั้งนี้ 37 ราย
ส่วนรถกระบะอีกคันเป็นโตโยต้าสีขาว ทะเบียน ขจ 8950 สุราษฎร์ธานี ภายในมีชาวไทย 6 คน (ชาย 4 หญิง 2) หนึ่งในนั้นเป็นกำนันตำบลแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร เดินทางมาด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าแรงงานทั้งหมดเดินทางกลับจากประเทศเมียนมา โดยอ้างว่าไปทำบุญทอดกฐินและร่วมพิธีทำบุญวัดแห่งหนึ่งที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ในประเทศเมียนมา และกำลังเดินทางกลับประเทศไทยผ่านด่านบ้านหินดาด
ส่วนคนขับรถคันแรกทราบชื่อ นายเหมืองเพ็ชร์ แก้วเล่อ ชาว ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ให้การว่า ได้พาครอบครัวและแรงงานบางส่วนเดินทางไปทำบุญที่วัดในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 31 ต.ค. และเดินทางกลับเข้ามาในวันที่ 2 พ.ย. โดยยืนยันว่าไม่ได้รับจ้างขนแรงงานต่างด้าว แต่เพียงพาไปทำบุญเท่านั้น
ร.ต.อ.ชัยยะ เปิดเผยว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารของชาวไทยในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งพบว่าเดินทางเข้า–ออกโดยไม่ผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาต จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานต่างด้าวบางรายมีเอกสารประจำตัวถูกต้อง แต่ทั้งหมดเดินทางเข้า–ออกประเทศไทยโดยผิดช่องทาง และไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม และดำเนินการผลักดันกลับประเทศตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.



