วันที่ 3 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านยาง หมู่ 9 ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าอยากให้ช่วยตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” หลังพบว่ามีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มจากราคาสินค้าหน้าป้ายอีก 7% ซึ่งลูกค้าที่ใช้สิทธิคนละครึ่งต้องจ่ายส่วนต่างนี้เอง

น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี หนึ่งในผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า ตนเพิ่งได้รับสิทธิคนละครึ่งเป็นครั้งแรก จึงลองใช้ซื้อเครื่องสำอางที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองบุรีรัมย์

“ตอนแรกใช้เงินสดซื้อของ 100 บาท บิลก็ออกมาตรงตามราคาหน้าป้าย 100 บาท แต่พอลองใช้สิทธิคนละครึ่ง ซื้อของรวม 3 รายการ ราคา 149 บาท, 179 บาท และ 38 บาท รวมแล้ว 366 บาท กลับถูกคิดรวม 391.62 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมาอีก 7%”

เมื่อเห็นราคาสินค้าในบิลไม่ตรงกับหน้าป้าย จึงนำไปให้แม่ซึ่งมีร้านค้ารับโครงการคนละครึ่งเช่นกันดู ปรากฏว่าแม่ค้ายืนยันว่า “ไม่เคยคิดเพิ่ม VAT” ให้กับลูกค้า จึงเชื่อว่าตนเองอาจถูกเอาเปรียบ

ด้านนางบี (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี มารดาของผู้ร้อง บอกว่า ร้านของตนก็เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเช่นกัน แต่ไม่เคยมีการคิดภาษีเพิ่มจากราคาสินค้าหน้าป้าย เพราะเชื่อว่ารัฐบาลได้กำหนดราคาสินค้าภายใต้โครงการไว้ชัดเจนแล้ว

“มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเอาเปรียบลูกค้า และอาจมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ถูกเรียกเก็บเพิ่มโดยไม่รู้ตัว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบให้ชัดเจน” นางบี กล่าว

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเห็นตรงกันว่า โครงการ “คนละครึ่ง” มีเจตนาช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน แต่หากมีร้านค้าฉวยโอกาสเก็บเงินเพิ่ม จะกลายเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นในโครงการของรัฐ