นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์การใช้ระบบ Dashboard ภายใต้โครงการ “AIP for Climate Resilient Agriculture” ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น  ว่า ภาคเกษตรกรรมไทยเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย หรือความผันผวนของฤดูกาล การมีเครื่องมือที่สามารถเชื่อมโยง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และวางแผนเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

สำหรับ AIP Dashboard ที่เปิดตัวในครั้งนี้ พัฒนาโดย GISTDA ร่วมกับ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศระดับภูมิภาคและพลังงานทดแทน (RU–CORE) แพลตฟอร์มดังกล่าว ถือเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่บูรณาการข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากหลายหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านเกษตรกรรมและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ ทำให้สามารถประเมินพื้นที่เสี่ยง คาดการณ์แนวโน้ม และกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างตรงจุด

“กระทรวงเกษตรฯ มีบทบาทสำคัญในฐานะหน่วยสนับสนุนนโยบาย เพื่อส่งเสริมให้หน่วยปฏิบัติในภาคสนามสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลด้านการผลิตและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาโครงการดังกล่าวช่วยยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของภาคเกษตรให้มีความแม่นยำและทันต่อสถานการณ์มากขึ้น โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า เทคโนโลยี AI ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดและการวิเคราะห์ข้อมูลจากเดิมที่อาศัยข้อมูลเก่าและการคาดเดา มาเป็นการใช้ระบบวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ ที่สามารถมองเห็นปัจจัยเสี่ยงและแนวทางตัดสินใจได้อย่างชัดเจน“