เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 21.00 น. ของวันที่ 29 พ.ย. นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัด กทม. เป็นประธานกิจกรรม Big Cleaning Day ล้างถนนลดฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมี คณะผู้บริหาร กทม. คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตราชเทวี เขตพญาไท และเขตดินแดง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพภาคที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรม ณ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เกาะพญาไท) เขตราชเทวี

กทม.โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการทำความสะอาดบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสภาพแวดล้อม แบ่งพื้นที่ดำเนินงาน ดังนี้ จุดที่ 1 ถนนราชวิถี ตั้งแต่เกาะราชวิถี-แยกตึกชัย จุดที่ 2 ถนนพญาไท (ขาออก) ตั้งแต่หน้าสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์-สะพานหัวช้าง ถนนพญาไท (ขาเข้า) ตั้งแต่สะพานหัวช้าง-อนุสาวรีย์สมรภูมิ จุดที่ 3 ถนนราชวิถี ฝั่งดินแดง (ขาออก) ตั้งแต่เกาะดินแดง-แยกวิภาวดี และ จุดที่ 4 พหลโยธิน ทั้ง 2 ฝั่ง (ฝั่งขาเข้า) ได้แก่ 1.คลองบางซื่อ-แยกสะพานควาย 2.แยกสะพานควาย-ซอยพหลโยธิน 6 3.ซอยพหลโยธิน 6-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งขาออก) 4.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ซอยพหลโยธิน 7 5.ซอยพหลโยธิน 7-แยกสะพานควาย และ 6.แยกสะพานควาย-คลองบางซื่อ โดยร่วมกันดำเนินการฉีดล้างและดูดฝุ่นถนน ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19 ขณะปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดทางเท้าและฉีดล้างใบไม้ในสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ทั้ง 39 แห่ง รวมถึงล้างทำความสะอาดถนนและพื้นที่บริเวณโดยรอบสวนฯ ตลอดจนล้างทำความสะอาดถนนสายสำคัญ อาทิ ถนนราชดำเนิน ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนรัชดาภิเษก และถนนศรีนครินทร์ร่มเกล้า เป็นต้น ในส่วนของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต พัฒนาล้างทำความสะอาดพื้นที่พร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ ใน 6 กลุ่มเขต โดยประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อมูลคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครแบบ Real Time ได้ที่เว็บไซต์ www.bangkokairquality.com แอพพลิเคชั่น AirBKK และ Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ หากพบแหล่งก่อมลพิษ หรือรถปล่อยควันดำสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน กทม. โทร.1555 หรือ โทร.1584 กรมการขนส่งทางบก

รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.เป็นเมืองหลวงที่มีการขยายตัว และพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง มีการใช้ระบบการคมนาคมขนส่งค่อนข้างสูง มีจำนวนยานพาหนะเพิ่มขึ้นทุกปี สภาพการจราจรติดขัด นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะระบบราง อาทิ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองหรือจังหวัดโดยรอบ การก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ส่งผลให้กทม.ประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายด้าน

ซึ่งปัญหามลพิษทางอากาศนับว่าเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 พบเป็นปัญหามีค่าเกินมาตรฐาน และมีแนวโน้มวิกฤตในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว มีปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่เอื้อต่อการสะสมตัวของฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย และต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ จากการศึกษาหาแหล่งกำเนิดฝุ่นในกรุงเทพฯ พบว่าเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล และสารมลพิษทุติยภูมิ ซึ่งอาจจะมาจากแหล่งกำเนิดอื่นได้อีก ดังนั้น กทม.จึงเตรียมรับมือในการแก้ไขปัญหาในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ โดยดำเนินการล้างถนนเพื่อลดฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองลงได้.