เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษก ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับกำลังและถอนอาวุธหนัก ตามผลการประชุมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 โดยมีกำหนดวันดีเดย์ ร่วมกันใน 1 พ.ย. 2568 ว่า เราถอนเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ระยะ กรอบเวลาในการดำเนินการตามแอ๊คชั่นแพลน มีดังนี้ เฟส 1 ปรับกำลังประเภทเอ จะเริ่มต้นใน 1 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. เป็นอาวุธประเภทจรวดหลายลำกล้อง เฟส 2 ปรับกำลังประเภทบี จะเริ่มต้นในวันที่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. เป็นอาวุธประเภทปืนใหญ่ทั้งหมด ทั้งลากจูงและอัตราจร ขนาด 155 มม.ลงมา และ เฟส 3 ปรับกำลังประเภทซี จะเริ่มต้นใน 13 ธ.ค. 2568 เวลา 00.00 น. เป็นอาวุธ ประเภท ยานเกราะ รถถัง ส่วนเหตุผลที่เลือกระยะยิงไกลก่อนนั้น เพราะมันสามารถทำให้เกิดผลกระทบชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนการเคลื่อนย้ายจะทำให้ประชาชนมีความกังวลหรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เพราะกำลังที่ยังอยู่ในบริเวณพื้นที่ก็ยังคงอยู่ เพียงแต่เคลื่อนย้ายอาวุธยิงสนับสนุนบางส่วนเท่านั้น อาวุธยิงสนับสนุนระยะใกล้ที่หน่วยใช้ดูแลอธิปไตยก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ 

เมื่อถามว่าจะมีการชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ทราบหรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า มีการประสานงานใกล้ชิดอยู่แล้ว ไม่ได้ตื่นตระหนก ชาวบ้านยังเชื่อมั่นอยู่ ไม่ได้ไปไหนเลย เพียงแต่ถอนกำลังบางส่วนที่มีที่ตั้งในระยะหลังแนวลงไปเท่านั้น