น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยแผนการผลักดันประเทศไทยเป็น เวิลด์ อีเวนต์ ฮับ เดสติเนชั่นว่า ในปี 69 ททท. ยังให้ความสำคัญและผลักดันต่อเนื่อง ท่ามกลางการถวายความไว้อาลัยต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ต้อนรับปี 69 นี้ ได้ออกระเบียบข้อกำหนดในส่วนของการจัดงาน และการร่วมกันสนับสนุนจัดเทศกาลกับภาคเอกชนทั่วประเทศ โดยปรับรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์ เน้นความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ อลังการเหมาะสม

ทั้งนี้ ในการถวายความอาลัยดังกล่าวจะเป็นการจัดแปรภาพโดรนถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจ และในบางสถานที่อาจมีการจุดพลุเพื่อเฉลิมพระเกียรติ มีดนตรีที่ไม่สร้างความวุ่นวายหรือเป็นดนตรีที่สนุกสนานมากเกินไป ซึ่งในขณะนี้ ททท. ได้มีการพูดคุยกับพันธมิตรภาคเอกชนเรียบร้อยแล้ว 

“ในการถวายความอาลัยสามารถทำได้หลายรูปแบบไม่จำเป็นต้องยกเลิกการจัดงาน แต่ต้องปรับให้กิจกรรมเป็นที่ระลึก และเทิดพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่และเหมาะสม”

เช่นเดียวกับการจัดประเพณีลอยกระทงในวันที่ 5 พ.ย. ปีนี้ จะไม่มีการจุดพลุ แต่การจัดงานลอยกระทงตามประเพณีวัฒนธรรม สามารถทำได้ แม้กระทั่งอีเวนต์การประกวดนางนพมาศ สามารถประกวดได้หากเป็นการประกวดในเชิงศิลปวัฒนธรรม ความสวยงาม เพราะนางนพมาศเป็นองค์ประกอบหนึ่งของลอยกระทง ซึ่งอาจแต่งกายประกวดด้วยชุดไทยพระราชนิยม ที่พระองค์ท่านทรงสร้างชื่อเสียงให้ชุดไทยเกิดและเติบโตในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ถือเป็นการยกระดับประเพณีของไทยให้กลายเป็นเทศกาลของโลก

“ก่อนหน้านี้ ททท. ได้พิจารณาแนวทางการจัดกิจกรรมในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 68 โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเลื่อนกำหนดการจัดงาน การปรับรูปแบบการจัดกิจกรรม และการยกเลิกบางกิจกรรม โดยทดแทนด้วยกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอื่น ๆ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”

ขณะที่การผลักดันอีเวนต์ระดับท้องถิ่นให้กลายเป็นซิกเนเจอร์อีเวนต์ ที่ผ่านมาได้นำร่องจากประเพณีไหลเรือไฟ ในจังหวัดนครพนม และการแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานียาต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ งานแห่ดาวจังหวัดสกลนคร จัดช่วงเทศกาลคริตต์มาส และสุดท้ายคือการดึงอีเวนต์ระดับโลกมาจัดในประเทศไทย เดินหน้าจัดงานที่ภาคเอกชนจัดอยู่แล้วต่ออย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับคอนเสิร์ตแบล็กพิงก์ที่ผ่านมา จากนั้นในช่วงต้นปีหน้ายังยืนยันจัดงาน อีดีซี เช่นเดิม