สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติชาติฟิลิปปินส์รายงานว่า ไต้ฝุ่นคัลแมกีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วลม 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชก 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พาดผ่านหมู่เกาะวิซายัส ทางตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้เกิดฝนตกอย่างหนักและลมกระโชกแรง


ทั้งนี้ จังหวัดเซบูซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ของหมู่เกาะวิซายัส และยังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวรุนแรง 6.9 แมกนิจูด เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุด ซึ่งส่งผลให้พื้นที่รอบเมืองเซบู ที่เป็นเมืองเอกของจังหวัด มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 183 มิลลิเมตร ซึ่งเกินกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนที่ 131 มิลลิเมตร และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย


ขณะที่จังหวัดอื่นซึ่งอยู่ใกล้เคียง รายงานการพบผู้เสียชีวิตรวมอีกอย่างน้อย 3 ราย ด้านสำนักงานป้องกันพลเรือนแห่งชาติ จัดการอพยพประชาชนเกือบ 400,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นเส้นทางผ่านของพายุ


โดยเฉลี่ยแล้ว ฟิลิปปินส์เผชิญกับพายุ 20 ลูกต่อปี แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศระบุว่า การมาถึงของไต้ฝุ่นคัลแมกี ถือเป็นสถิติที่เกินค่าเฉลี่ยรายปีแล้ว และคาดว่าจะมีพายุอีกอย่างน้อย “สามถึงห้าลูก” จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ มหาสมุทรที่อุ่นขึ้น ทำให้พายุทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และชั้นบรรยากาศที่อุ่นขึ้น สามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ทำให้เกิดฝนตกหนักขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP