สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติชาติฟิลิปปินส์รายงานว่า ไต้ฝุ่นคัลแมกีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วลม 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชก 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พาดผ่านหมู่เกาะวิซายัส ทางตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้เกิดฝนตกอย่างหนักและลมกระโชกแรง
This is not normal — it’s getting worse day by day. This morning, powerful floodwaters hit Villa Azalea Phase 2C, Cotcot, Liloan, Cebu, Philippines, as strong winds and heavy rain from Typhoon Tino (Kalmaegi) continued. pic.twitter.com/5qmenSBQNV
— Weather Monitor (@WeatherMonitors) November 4, 2025
Look at the severe flooding this morning — people can be seen sitting on rooftops as floodwaters have risen to roof level following Typhoon Tino (Kalmaegi) in Liloan, Cebu, Philippines. ???? pic.twitter.com/inHgjj96t9
— Weather Monitor (@WeatherMonitors) November 4, 2025

ทั้งนี้ จังหวัดเซบูซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ของหมู่เกาะวิซายัส และยังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวรุนแรง 6.9 แมกนิจูด เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุด ซึ่งส่งผลให้พื้นที่รอบเมืองเซบู ที่เป็นเมืองเอกของจังหวัด มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 183 มิลลิเมตร ซึ่งเกินกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนที่ 131 มิลลิเมตร และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
Heavy flooding struck Bacayan, Cebu City, Philippines, this morning as Typhoon Tino (Kalmaegi) brought torrential rain to the area, and it is still ongoing. pic.twitter.com/VmFyvzvslJ
— Weather Monitor (@WeatherMonitors) November 4, 2025

ขณะที่จังหวัดอื่นซึ่งอยู่ใกล้เคียง รายงานการพบผู้เสียชีวิตรวมอีกอย่างน้อย 3 ราย ด้านสำนักงานป้องกันพลเรือนแห่งชาติ จัดการอพยพประชาชนเกือบ 400,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นเส้นทางผ่านของพายุ

โดยเฉลี่ยแล้ว ฟิลิปปินส์เผชิญกับพายุ 20 ลูกต่อปี แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศระบุว่า การมาถึงของไต้ฝุ่นคัลแมกี ถือเป็นสถิติที่เกินค่าเฉลี่ยรายปีแล้ว และคาดว่าจะมีพายุอีกอย่างน้อย “สามถึงห้าลูก” จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ มหาสมุทรที่อุ่นขึ้น ทำให้พายุทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และชั้นบรรยากาศที่อุ่นขึ้น สามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ทำให้เกิดฝนตกหนักขึ้น.
เครดิตภาพ : AFP



