สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีอูล์ฟ คริสเตอร์สสัน ผู้นำสวีเดน กล่าวในการแถลงข่าวว่า การซื้อเรือฟริเกตป้องกันและแทรกแซง (เอฟดีไอ) ของฝรั่งเศส จะเป็นการลงทุนทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของสวีเดน นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980

ทั้งนี้ สวีเดนกำลังเร่งเสริมกำลังกองทัพของประเทศ หลังรัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 และประเทศเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในปี 2567 โดยเรือฟริเกตลำใหม่เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงการขยายขีดความสามารถด้านการป้องกันทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านนายพอล จอนสัน รมว.กลาโหมสวีเดน กล่าวว่า รัฐบาลสตอกโฮล์มร้องขอให้เรือฟริเกตดังกล่าวในระบบอาวุธหลายระบบที่พัฒนาขึ้นในสวีเดน และเรือแต่ละลำคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านโครนสวีเดน (ราว 34,700 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับระบบอาวุธที่ติดตั้ง โดยการส่งมอบเรือลำแรก คาดว่าจะเป็นในปี 2573

อนึ่ง รัฐบาลสตอกโฮล์มระบุก่อนหน้านี้ว่า เรือฟริเกตลำใหม่จะเป็นเรือรบผิวน้ำลำใหญ่ที่สุดในกองทัพเรือสวีเดน และมีอายุการใช้งานที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 40 ปี

นอกจากนี้ รัฐบาลสวีเดนยังคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายทางทหาร 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของนาโต ภายในปี 2573 ซึ่งเร็วกว่าเส้นตายของกลุ่มพันธมิตรหลายปี.

เครดิตภาพ : REUTERS