สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างการเยือนกรุงโซลอย่างเป็นทางการ ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะพิจารณา “ความยืดหยุ่น” ในการปฏิบัติการของทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามในภูมิภาค แต่เฮกเซธยังคงเน้นย้ำว่า แกนหลักของภารกิจยังอยู่ที่ “การป้องปราม” เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์


ขณะเดียวกัน เฮกเซธย้ำว่า สหรัฐและเกาหลีใต้ยังคงเจรจาเกี่ยวกับ “การเพิ่มความสมดุล” ของการใช้จ่ายด้านกลาโหม โดยเฉพาะประเด็นที่รัฐบาลวอชิงตันมองว่า รัฐบาลโซล “ควรเพิ่มการลงทุนทางทหาร”


เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สนับสนุนแผนการของเกาหลีใต้ ในการสร้างเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ แทนเรือดำน้ำพลังงานดีเซลแบบเก่า มาจากความปรารถนาที่จะมี “พันธมิตรที่แข็งแกร่ง”


ทั้งนี้ เกาหลีใต้วางแผนว่า โครงการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นได้ภายในช่วงกลางทศวรรษที่ 2030 หากได้รับความสนับสนุนด้านเชื้อเพลิงจากสหรัฐ


อนึ่ง เกาหลีใต้จะสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำใหม่ของตัวเอง ที่อู่ต่อเรือในฟิลาเดลเฟีย ที่รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งทรัมป์ประกาศแล้ว ว่าจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการต่อเรือของสหรัฐให้กลับมายิ่งใหญ่.

เครดิตภาพ : AFP