เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.สาธารณสุข ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการจัดอบรมเวิร์กช็อปให้กับว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเบื้องต้นตนได้อบรมว่าที่ผู้สมัครภาคเหนือตอนล่าง โดยการอบรมลักษณะนี้จะดำเนินการให้ครบทั้งประเทศ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้สมัครเท่านั้นที่ร่วมรับฟัง แต่รวมถึงคณะทำงานให้เข้าร่วมด้วยเพื่อรับทราบ เพราะมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเน้นให้ความรู้ทั้งเรื่องกฎหมายเลือกตั้ง การลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาประชาชน แล้วนำมาเสนอพรรคเพื่อร่วมกันจัดทำนโยบาย โดยได้เน้นย้ำว่า พรรคเพื่อไทยเน้นผลงาน และมีนโยบายการทำงานอย่างชัดเจน ต้องเน้นการเรียนรู้ประชาธิปไตยด้วยว่าถูกกระทำมาหลายครั้งหลายหน เคยถูกตัดสิทธิ ยุบพรรคก็เป็นบทเรียนที่เราต้องทำความเข้าใจ เราต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในแนวนโยบาย 

นอกจากนี้ ได้เสนอมุมมองจากการลงพื้นที่ทั่วประเทศ มองเห็นวิกฤติของประเทศ และประชาชนที่ควรนำมากำหนดเป็นนโยบายใน 3 เรื่อง คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม PM 2.5 น้ำท่วม-ฝนแล้ง มรสุม การตัดไม้ทำลายป่า การสร้างเขื่อนทำน้ำ ถ้ากำหนดนโยบาย ออกเป็นกฎหมายควรต้องทำ, ปัญหาความยากจน เศรษฐกิจปากท้อง วิกฤตินี้อาจจะมากระทบทุกระดับ อาจจะรวบรวมผู้คนที่รู้ในแต่ละส่วนมาร่วมกันแก้ไข และวิกฤติเรื่องสุขภาพความเจ็บป่วย ควรผลักดันให้ทุกคนมีสุขภาพดี ป้องกันโรค และช่วยประหยัดงบ ซึ่งตนมองเห็นวิกฤติ 3 เรื่องสำหรับผู้สมัครใหม่ก็ควรจะรู้เป็นพื้นฐาน 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้วคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะแจ่มใส และอนาคตเดินทางสู่ระบบการเมืองของประเทศไทยอย่างมีคุณภาพ อยากเชิญชวนคนที่ย้ายพรรคไปให้กลับมา การปรับโครงสร้างพรรคมีการผสมผสานทั้งคนรุ่นใหม่ และรุ่นเก่าที่ลงตัวในการทำงานเพื่อประชาชน ตนยังคงยืนยันว่า อยู่กับพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมาถูกมองว่ามีกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ ยืนยันว่า ไม่มีกลุ่ม มาทำงานอะไรที่ตรงไปตรงมาชัดเจน พี่น้องประชาชนให้ความไว้ใจเชื่อใจเลยไปไหนไปด้วย 

“ผมบอกว่าไม่ได้ไปไหนก็จะอยู่ตรงนี้ เพราะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นแก่นแกนของประชาธิปไตย เป็นพรรคที่เดินสายกลาง มีนโยบายนำการแก้ปัญหาให้กับประเทศ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับประเทศ ไม่ฟู่ฟ่า ไม่ตีฆ้องร้องป่าวจนเกินกว่าเหตุ ไม่ใช้ปัจจัยในการทำการเมืองจนน่ากลัวอยู่ตรงนี้แหละครับ” นายสมศักดิ์ กล่าว