เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา 

โดยเมื่อเดินทางมาถึงได้ขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก่อนลงมาสักการะศาลพระภูมิ ศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล

จากนั้น น.ส.รัชดา ให้สัมภาษณ์ ว่า ขณะนี้ได้ย้ายมาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว วันนี้ตนตั้งใจเข้ามาทำงานช่วยรัฐบาลภายใต้ระยะเวลาที่มีไม่มากนัก แต่ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะ ซึ่งตนรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติที่นายกฯ ให้ความไว้วางใจให้ตนมาช่วยงานในช่วงระยะเวลาที่จำกัดนี้ ส่วนในทางการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง ตนยังไม่ได้มีการวางแผนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งแบบเขตหรือไปในทิศทางใด แต่ถ้าเป็นความถนัดส่วนตัวที่ตนอยากทำคือ อยากทำเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะทางด้านสังคม เรื่องของผู้หญิง และการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตนเคยเป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถือว่ามีประสบการณ์ และมีความผูกพันในพื้นที่ สำหรับพรรคภูมิใจไทยมีทรัพยากรบุคคล มีเครือข่ายที่มีศักยภาพสูงมากในปลายด้ามขวาน เพราะฉะนั้นจึงอยากอาสาไปช่วยในเรื่องของนโยบายที่เกี่ยวกับภาคใต้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงขนาดจะมาช่วยดูพื้นที่ กทม.ด้วยหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในภาพกว้างของ กทม.ยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียด แต่ที่คุยเบื้องต้นจะมาช่วยดูเรื่องของงานวิชาการ เรื่องของนโยบาย ซึ่งงานที่ตนถนัดเกี่ยวกับเรื่องสังคม งานผู้หญิง และสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้  

เมื่อถามว่า หลังมีการพูดคุยกับนายกฯ เป็นอย่างไรบ้าง น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯ บอกว่าขอให้ทำงานเต็มที่ มาช่วยกันทำงานช่วยบ้านเมืองกัน เรายังไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการเมือง วันนี้เรื่องเฉพาะหน้าสำคัญมาก เราทำตรงนี้ให้เต็มที่กันก่อน

เมื่อถามว่า หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจึงตัดสินใจออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยอยู่มานานมาก น.ส.รัชดา กล่าวว่า ถ้าจะให้ตอบจริงๆ ก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะย้าย เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยย้ายพรรคไปไหน แต่ในจังหวะนี้อย่างที่ทุกคนทราบว่าสถานการณ์บ้านเมืองมีปัญหา ถ้าเราได้มีโอกาสช่วย แล้วนายกฯ ให้ความไว้วางใจถือเป็นความภาคภูมิใจ บวกกับ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความคุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยเป็นทีมรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความคุ้นเคยกันดี ได้เข้ามาช่วยจึงรู้สึกว่าโอเค ยามนี้ต้องเอาบ้านเมืองให้รอดก่อน ส่วนการเมืองจะสังกัดพรรคไหนยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าวันนี้พวกเราไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือประชาชน ถ้าได้ช่วยกันทำสิ่งที่ดีๆ เราก็ต้องรีบทำ

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์หรือยัง ก่อนที่จะออกมา น.ส.รัชดา กล่าวว่า ได้คุยแล้ว แต่ยังไม่ครบทุกท่าน ซึ่งตั้งแต่แรกได้แจ้งกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ให้ทราบแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกหัวหน้าพรรค