เมื่อวันที่ 5 พ.ย.68 นางสาวสาวิตรี เชื้อพงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายราชันย์ บัวตรี เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ ทำไม้และล่าสัตว์ป่า และให้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อพิทักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.68 เวลาประมาณ 15.50 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพุเตย ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย ขณะลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าบ้านป่าผาก หมู่ที่ 2 ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากผู้หวังดี พบว่ามีการเข้ามาไล่ราวหมูป่าบริเวณรอบไร่จำนวนหลายราย จึงได้ประสานกับชุดสายตรวจส่วนกลาง และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พต. 4 (ห้วยตะเพิน) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่ได้รับแจ้ง พบเมื่อถึงจุดที่ได้รับแจ้ง ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ได้ยินเสียงคนตะโกน เสียงสุนัขเห่า และเป่าแตรเพื่อไล่ราวหมูป่า จึงได้ทำการกระจายกำลังตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ประกอบด้วย ชุดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พต. 3 (ป่าผาก) เข้าตรวจค้นเพิงพักเปิดโล่งไม่มีผนังกั้นตรวจสอบพิกัดพิกัดที่ UTM_WGS 1984 ZONE 47 P 0541709 E 1659240 N พบอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย ในแปลงที่ดินทำกินตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในเพิงพักดังกล่าวมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 5 คัน พบกระเป๋าเป้สะพายหลัง บรรจุสิ่งคล้ายอาวุธปืนถูกห่อด้วยผ้าขาวม้าในตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ HONDA Super Cub สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบกระเป๋าเป้สะพายหลัง พบเชือก 1 เส้น มีดพร้า 1 เล่ม และปืนลูกซองยังไม่ได้ประกอบ จำนวน 1 กระบอก จึงได้ส่งมอบวัตถุพยานให้พนักงานสอบสวนตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ต่อไป

อีกชุดสายตรวจส่วนกลาง และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พต. 4 (ห้วยตะเพิน) ได้ทำการกระจายกำลังตรวจสอบพื้นที่ พิกัดที่ UTM_WGS 1984 ZONE 47 P 0541734 E 1659153 N ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย พบชาย 1 คน ทราบชื่อภายหลังว่า ชื่อ นายสุรชัย อายุ 31 ปี หลบอยู่หลังกอไผ่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว นายสุรชัย ให้การว่าตนได้เข้ามาหาเห็ด เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เมื่อให้พูดความจริง นายสุรชัย จึงยอมให้การว่าตนได้มาทำการไล่ราวหมูป่า กับนายมนตรี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขย อายุ 40 ปี ชาวบ้านบ้านป่าผาก หมู่ที่ 2 ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนบุคคลอื่นที่มาไล่ราวด้วยนั้นไม่รู้จัก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจบริเวณโดยรอบพบปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 ลูก ซุกซ่อนอยู่บริเวณกอไผ่ไม่ไกลจากนายสุรชัย สอบถามแล้วยอมรับว่าเป็นของตน จึงได้ทำการตรวจยึดมาเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งพบว่าเป็นปืนลูกซองยาวไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนปืน

เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวนายสุรชัย มายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย พร้อมแจ้งแก่นายสุรชัย ว่าต้องถูกจับเนื่องจากมีการนำพาอาวุธปืนเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย จากนั้น นายสุรชัย ให้ถ้อยคำต่อคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ได้มีการชวนกันไปช่วยไล่ราวหมูป่ารอบไร่ ตนจึงได้ไปกับพี่เขย เมื่อไปถึงพื้นที่พบนายสามารถ และลูกชายกำนัน ได้มีการดูร่องรอยของหมูป่าแล้วตกลงกันว่าจะไล่หมูป่ามายังทิศทางไหน โดยมีนายสามารถ เป็นตัวการสำคัญ และมอบหมายว่าใครทำหน้าที่อะไร ซึ่งตนได้แจ้งกับพรรคพวกว่าจะรอดักยิงอยู่บริเวณกอไผ่ ซึ่งคาดว่าผู้ร่วมกระทำความผิดครั้งนี้ 7 คน และทุกคนที่เข้าร่วมสะพายปืนลูกซองเข้าป่าทุกคน สำหรับรถจักรยานยนต์ HONDA Super Cub สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตรวจสอบพบกระเป๋าเป้สะพายหลังวางอยู่บนตะกร้าหน้ารถตรวจสอบพบมีดพก 1 เล่ม และปืนลูกซองถอดประกอบจำนวน 1 กระบอก ถูกห่อด้วยผ้าขาวม้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์กระทำความผิดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไล่ราวหมูป่า เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าของรถหรือผู้ใช้รถคันดังกล่าวเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วย จึงได้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาไว้ยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย จากข้อมูลพบว่าเป็นรถของกำนันในพื้นที่ แต่ผู้ขับคือลูกชายกำนัน

ต่อมาเวลา 22.20 น. นายมนตรี ได้เข้ามาให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ ว่าตนนั้นได้เข้าร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วยโดยให้การว่าตนได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมไล่ราวหมูป่าจากนายสามารถ ตนและนายสุรชัย ได้นำปืนลูกซองเข้าไปเพื่อจะทำการล่าหมูป่าถึงพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 12.00 น. จากนั้นตนได้รับการกำหนดว่าให้อยู่จุดเพื่อดักยิงหมูป่าจาก นายสามารถ ขณะที่รอดักยิงหมูป่าที่วิ่งหนีการไล่ราวมานั้น ได้พบเห็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพุเตยนั้นขับเข้ามา และได้เห็นนายสุรชัย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตนจึงเกิดความกลัวและตกใจนำปืนไปซุกซ่อนและวิ่งหนีออกนอกพื้นที่ พอเจ้าหน้าที่ได้ออกจากที่เกิดเหตุ ตนจึงได้สบโอกาสกลับเข้าไปเอาปืนที่ทำการซุกซ่อนไว้ กลับมาเก็บไว้ที่บ้าน จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.องค์พระ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดี และจะขยายผลต่อเนื่องไปถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป.