สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า ขอบเขตของการเพิกถอนวีซ่า สะท้อนให้เห็นถึงการปราบปรามผู้อพยพในวงกว้าง ซึ่งเริ่มต้นเมื่อทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเป็นสมัยที่สอง โดยรัฐบาลวอชิงตันเนรเทศผู้อพยพจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ รวมถึงผู้ถือวีซ่าที่ถูกต้องด้วย

ทั้งนี้ การเพิกถอนวีซ่าประมาณ 16,000 ฉบับ เกี่ยวข้องกับคดีการขับขี่ขณะเมาสุรา ส่วนประมาณ 12,000 ฉบับ เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกาย และอีกประมาณ 8,000 ฉบับ เกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ ซึ่งอาชญากรรมทั้งสามรูปแบบนี้ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของการเพิกถอนวีซ่าในปีนี้

นอกจากการเพิกถอนวีซ่า รัฐบาลวอชิงตันยังใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น เกี่ยวกับการออกวีซ่า โดยดำเนินการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างละเอียดถี่ถ้วน และขยายขอบเขตการคัดกรอง

อนึ่ง นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ว่าเขาเพิกถอนวีซ่าของบุคคลหลายร้อยคน หรืออาจมากถึงหลายพันคน รวมถึงนักศึกษา เนื่องจากพวกเขามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ “ขัดต่อลำดับความสำคัญในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ”.

เครดิตภาพ : AFP