เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีน่าน สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา กล่าวถึงผลการประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า ที่ประชุมได้นำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาพิจารณาต่อ ประเด็นที่ก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ซึ่งที่ประชุมโดยเสียงข้างมาก เห็นว่าควรนำมาบัญญัติไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย โดยมีสาระคือ ก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ดำเนินการออกเสียงประชามติตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่าประชาชนจะเห็นควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมในวันที่ 7 พ.ย. นี้ จะเข้าสู่เนื้อหาขององค์กรผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้มีผู้เสนอมา 5 แนวทาง คือ แนวทางแรก เป็นไปตามร่างหลักของพรรคประชาชน แนวทางที่สอง นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะ กมธ. เสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ โดยส่วนของ ส.ส.ร. นั้น เสนอให้มี 100 คน มาจากการสมัครระดับจังหวัด ทั้งนี้ผู้ประสงค์สมัครรับเลือกเป็น ส.ส.ร. ต้องมีผู้รับรอง 200 คน จากนั้นจะส่งรายชื่อผู้สมัครให้รัฐสภาคัดเลือก โดยต้องคำนึงถึงการกระจายตามสัดส่วนจังหวัดด้วย  

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า แนวทางที่สาม เป็นของพรรคภูมิใจไทย ที่มีเนื้อหาคล้ายกับของพรรคประชาชน ที่ให้เปิดรับสมัครและส่งให้สภาพิจารณาคัดเลือก แนวทางที่สี่ เป็นของพรรคเพื่อไทย เสนอให้มี ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม และมี กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และแนวทางที่ห้า ตนเป็นผู้เสนอ โดยให้มี ส.ส.ร. และ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับส่วนของ ส.ส.ร. นั้น กำหนดให้มี 100 คน มาจากการสมัครในระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เมื่อได้ผู้สมัครแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องส่งให้รัฐสภาแต่งตั้ง โดยก่อนแต่งตั้งนั้น กำหนดให้มี กมธ.กลั่นกรองก่อน ขณะที่ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญมี 23 คน มาจากการสมัคร ทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลาง ซึ่งกลไกได้มาต้องให้รัฐสภาแต่งตั้งผ่านการกลั่นกรองของ กมธ. จากสภาฯ

“การประชุมวันนี้ ในรายละเอียดต้องมีการดีเบตกันอีกครั้ง เพราะบางแนวทางนั้นยังไม่เห็นตัวร่างและเนื้อหา เบื้องต้นคาดว่าการประชุมวันนี้ ที่จะใช้เวลาถึงเวลา 15.00 น. จะได้ข้อยุติผ่านการลงมติ” นพ.ชลน่าน กล่าว.