เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่โรงแรมเจซี เควิน สาทร กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการจัดสัมมนา ”ไทยสร้างไทยสร้างอนาคตประเทศไทย“ ในหัวข้อ “ได้เวลาทุบทุนเถื่อน” เปิดประเด็น “ทุนสีดำ” ว่า เจตจำนงของพรรคคือไทยสร้างไทย มุ่งสร้างการเมืองสุจริต ซึ่งเราเน้นการสร้างการเมืองสุจริต โดยเป็นนโยบายหลักที่มีมาโดยตลอด วันนี้ก็เป็นโอกาสดี เพราะแต่ก่อนก็พยายามให้ทุกคนมาร่วมกันสร้างการเมืองสุจริต ทำให้มีคนสนใจน้อย พอวันนี้มีกระแสของสแกมเมอร์ ทำให้มีคนตื่นตูมและหลาย ๆ ประเทศโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจให้ความสนใจ ก็เลยกลายเป็นเข้าทางประเทศไทย ที่ควรจะหยิบยกประเด็นนี้มาทำให้สำเร็จได้จริง ๆ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรฉวยโอกาสที่ทั้งโลกกำลังสนใจเรื่องสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทุจริตของประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยมีทุจริตสูงมาก รวมถึงมีเศรษฐกิจเถื่อนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกกลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน ซึ่งทำลายเศรษฐกิจและปล้นคนไทยไปเป็นจำนวนหลายแสนล้านบาท จึงมองว่าเป็นโอกาสดีที่ไทยสร้างไทย มีเจตจำนงแน่วแน่คือการสร้างการเมืองโดยสุจริต

“เราประกาศว่าเราไม่โกงและเราจะไม่ปล่อยให้คนอื่นโกง รวมทั้งคนเลวที่มาโกงชาติบ้านเมืองจะต้องไม่มีที่อยู่ในสังคมไทย ที่ยืนของเขาคือคุกตะราง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เรามีมาตรการที่ประกาศเป็นข้อบังคับของพรรคไทยสร้างไทย คือ ต้องลงมือปฏิบัติการเพิ่มโทษให้กับคนที่ทุจริตโกงกินขั้นร้ายแรง รวมถึงเพิ่มโทษถึงประหารชีวิต เพิ่มอำนาจประชาชนให้มีส่วนร่วมลงชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ควรจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต แต่กลายเป็นฟอกสีดำให้กลายเป็นขาว การตั้งสภาประชาชนให้ประชาชนหลากหลายอาชีพเลือกกันขึ้นมา โดยมีอำนาจในการตรวจสอบองค์กรอิสระและถ่วงดุล รวมถึงตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบเรื่องทุจริตร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และสามารถนำเรื่องวินิจฉัยเรื่องนี้ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า โดยตนคิดว่าการให้อำนาจประชาชนเป็นหูเป็นตา เป็นการที่ขจัดการทุจริตได้อย่างแท้จริง รวมทั้งการยกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนในการทำมาหากินและเป็นช่องทางในการหาเงินของข้าราชการอย่างเช่นใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อลดการทุจริตและส่งเสริมองค์กรต่าง ๆ ที่มีอยู่ที่เกี่ยวกับเรื่องการต่อต้านการทุจริตหรือการสอดส่องการทุจริต โดยยกระดับและสนับสนุนให้มามีบทบาท โดยอาจเป็นส่วนหนึ่งของสภาประชาชนในการตรวจสอบการทุจริต และเรื่องสุดท้ายคือการจัดการในเรื่องของ สส.งูเห่า ที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตนั้นมีอยู่จริง คือการกระทำที่ขัดมติพรรคโดยไม่มีเหตุผล ก็คือขับออกจากพรรคการเมือง โดยสิ้นสุดสมาชิกภาพของ สส. ซึ่งจะทำให้หยุดยั้งกระบวนการทุจริตทั้งหมดได้

เมื่อถามว่ากรณีที่รัฐบาลกำลังเจอปัญหาการปราบปรามสแกมเมอร์ แต่ในขณะนี้มีบุคคลในรัฐบาลที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะจัดการปัญหาสแกมเมอร์อย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว่า ตนพูดในความปรารถนาดีถึงรัฐบาล ถ้าแนะนำได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และรัฐบาล ควรจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ในเมื่อโอกาสทองมาถึงแล้ว ก็ต้องคว้าโอกาสในการที่จะทำให้ประเทศไทยที่กำลังจะเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน เป็นศูนย์กลางการปราบสแกมเมอร์แทน แต่ก็ขึ้นอยู่กับนายกฯ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าทุกวันนี้เงินที่สีดำเหล่านี้ เข้ามาสู่ระบบการเมืองเยอะมาก เข้ามาซื้อข้าราชการ นักการเมือง พรรคการเมือง และกำลังทำการฟอกเงินในรูปแบบใหม่ คือการฟอกเงินผ่านนักการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อเข้าสู่อำนาจ และควบคุมประเทศได้ ก็ลองนึกว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ตนอยากเห็นความกล้าหาญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ตนพูดไม่ได้ตำหนิ แต่พูดเพื่อเอาใจช่วยรัฐบาล แต่หากรัฐบาลปล่อยโอกาสนี้ไป พอถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะกลายเป็นเงินของอาชญากรข้ามชาติที่ร่วมกับนักการเมืองเลว จะสามารถยึดประเทศได้ และวันนั้นเราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะเขายึดอำนาจการบริหารประเทศได้ เพราะเขาสามารถซื้อองค์กรทางยุติธรรมได้ ยึดอำนาจบริหารยึดอำนาจตุลาการ 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง เรายังไม่เห็นตัวภูเขาน้ำแข็งตัวใหญ่ที่อยู่อยู่เบื้องหลัง วันนี้หากปล่อยไปไม่ปราบก่อนการเลือกตั้ง ปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านไป คนเหล่านี้ยึดประเทศได้แน่นอน เพราะทุกองค์กรไม่ได้มีคนเลวทั้งหมดแต่บังเอิญทุกองค์กรมีคนเลวอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งคนเลวส่วนนี้จะทำให้ประเทศถูกยึด

เมื่อถามว่ามองว่าจะเป็นการบีบทำให้นายกฯ ยุบสภาเร็วขึ้นหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาเพื่อหนีแรงกดดัน ในการที่ประชาชนและสื่อมวลชนหรือองค์กรต่าง ๆ เรียกร้องให้นายกฯ ใช้ความกล้าหาญในการปราบการทุจริตปราบคนชั่วปราบคนเลว แต่นายกฯ เลือกที่จะลดแรงกดดันที่จะถึงตนเองโดยการยุบสภา ตรงนี้จะเป็นตราบาปของนายกฯ ว่าไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการสร้างสังคมที่ดี ไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการปราบคนเลวทั้ง ๆ ที่มีโอกาส ตนไม่เห็นด้วยและอยากส่งเสียงไปถึงนายกฯ ว่าอย่าใช้วิธีนี้ ขอให้ใช้วิธีการที่ใช้อำนาจของตนเอง ถ้าตนเป็นนายกฯ จะเลือกในการที่จะใช้อำนาจที่ตนมี และใช้โอกาสทองที่มาถึงในการล้างบางคนเลว ล้างบางระบบคอร์รัปชันออกจากประเทศไทย ตนอยู่การเมืองมานาน มองเห็นและมองออกว่าหากปล่อยไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ทุนดำเหล่านี้จะยึดประเทศไทยได้ครบทั้ง 3 อำนาจหลักของประเทศเราแน่นอน