เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม และนางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ให้การต้อนรับ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวภายหลังรับฟังรายงานปัญหาจากผู้แทนสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ว่า โครงการสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 ภายใต้โครงการ “หนึ่งจังหวัดหนึ่งสนามกีฬา” ในสมัยที่นายชุมพล ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดยใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 177 ล้านบาท ดำเนินการโดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ซึ่งอยู่ในพื้นที่พิเศษตามกฎหมาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสามารถจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบพิเศษได้ ต่อมาในเฟส 2 ระหว่างปี 2555-2558 กกท. ได้รับงบประมาณเพิ่มอีก โดยมอบให้กรมทางหลวง ภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการในลักษณะ “รัฐต่อรัฐ” แต่ปรากฏว่า ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้โครงการล่าช้าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

“ผมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำซากแน่นอน ในฐานะประธานบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย เราต้องแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เจรจาร่วมกัน ไม่ใช่ไปฟ้องร้องกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ งบประมาณที่โอนไปแล้วต้องตรวจสอบให้ชัดว่าเหลือสินทรัพย์มูลค่าเท่าไหร่ เหล็ก ปูน ทรายที่เห็นอยู่นี้ มีมูลค่าการใช้งานจริงกี่บาท เรื่องนี้ผมมั่นใจว่าท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ก็เป็นคนใต้เหมือนกัน คงจะคุยกันไม่ยาก และต้องให้วิศวกรเข้าประเมินโครงสร้างที่มีอยู่ ว่าส่วนใดใช้ต่อได้ เช่น เสา โครงหลังคา อัฒจันทร์ หรือโครงเหล็ก เพื่อคำนวณมูลค่าคงเหลือ แล้วนำตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานในการเจรจาเพื่อเดินหน้าก่อสร้างต่อ เราแค่โยกเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา ไม่ต้องของบใหม่” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ด้านนายอรรถกร กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจาก สส.สัมพันธ์ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ว่าสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสที่เริ่มก่อสร้างมากว่า 10 ปี ปล่อยรกร้างและสร้างเสร็จเพียงครึ่งเดียว จึงตั้งใจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง วันนี้เราได้เห็นชัดเจนว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน และจะหาทางออกอย่างไร ตนจะกลับไปประชุมกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในวันที่ 10 พ.ย. นี้ และจะหาแนวทางเจรจากับกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงให้จบโดยเร็ว โครงการนี้ได้รับงบประมาณและอนุมัติไปแล้ว หากจะเสนอของบใหม่โดยไม่สะสางงบเดิม กรมบัญชีกลางย่อมไม่อนุมัติ ดังนั้นทางออกคือการเจรจาระหว่างสองกระทรวง เพื่อเคลียร์ปัญหาคงค้างและหาวิธีดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ โดยรัฐบาลชุดนี้ตั้งใจจริงที่จะทำให้สนามกีฬาแห่งนี้กลับมาใช้งานได้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และเยาวชนในนราธิวาส มีพื้นที่สร้างสรรค์พัฒนาในทางกีฬา

ขณะที่ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนขอพูดในฐานะคนนราธิวาส ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทุกการเลือกตั้งจะมีการหยิบเรื่องสนามกีฬานี้ขึ้นมาเป็นวาทกรรม แต่ไม่เคยมีใครทำได้จริง พวกเราถูกหลอกมาหลายรอบ วันนี้ชัดเจนแล้วว่าปัญหานี้ต้องแก้ด้วยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่โยนกันไปมา ตนเชื่อมั่นในท่านรองนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส และท่านรัฐมนตรีอรรถกร ว่าครั้งนี้ จะได้เห็นการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ


สำหรับโครงการก่อสร้างสนามกีฬา จ.นราธิวาส เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 53 โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย วงเงินกว่า 200 ล้านบาท ต่อมาในเฟส 2 ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมทางหลวง วงเงินกว่า 177 ล้านบาท แต่ภายหลังผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้โครงการล่าช้าและหยุดชะงัก เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 67 การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ลงนามยกเลิกบันทึกข้อตกลงกับกรมทางหลวงอย่างเป็นทางการ พร้อมเสนอของบประมาณผูกพัน 3 ปี (2569-2571) วงเงิน 146 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างให้แล้วเสร็จ แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ.



