ตามที่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กำหนดนโยบายไว้ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1 ผลักดันงบประมาณสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เพื่อเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการเข้าร่วมการแข่งขันของนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างเต็มที่, 2 อัดฉีดงบกีฬา 400 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยหลักเกณฑ์ที่ จัดสรรไว โปร่งใส ตรวจสอบได้, 3 พลิกโฉมการให้บริการของกองทุนฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการ อนุมัติรวดเร็ว-เบิกจ่ายทันใจ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างคล่องตัว และ 4 สร้างหลักประกันใหม่ ดูแลนักกีฬาตลอดเส้นทาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับบุคลากรทางการกีฬา

นโยบายดังกล่าวเป็นแนวทางสำคัญที่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และบุคลากรทางการกีฬา พร้อมเดินหน้าสู่การแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.68 อย่างเต็มศักยภาพ

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จึงเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นหัวหอกสำคัญในการพลิกโฉมการทำงาน เพื่อลบภาพความล่าช้า ปัญหาคอขวดด้านงบประมาณ สร้างมาตรฐานใหม่ ด้านความโปร่งใส ที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

นายทนุเกียรติ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ได้เผชิญหน้ากับความท้าทายและอุปสรรคสำคัญในองค์กร ตนได้พบกับปัญหาหลายประการ ทั้งด้านงบประมาณที่ไม่ครอบคลุม การเบิกจ่ายที่ล่าช้า รวมถึงข้อจำกัดด้านความโปร่งใสและความเป็นธรรม ประเด็นเหล่านี้คือคอขวดสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้การสนับสนุนวงการกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเห็นปัญหา เราจึงตัดสินใจพลิกโฉมการทำงานของกองทุนฯ ให้ตอบโจทย์ยุคใหม่ โดยตั้งธงนโยบายที่ชัดเจนคือ “อนุมัติไว เบิกจ่ายเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้” เราปรับรูปแบบการทำงานสู่เชิงรุก ลงพื้นที่ถ่ายทอดข้อมูลสำคัญให้แก่สมาคมกีฬาโดยตรง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสอย่างทั่วถึง ทุกคำขอจากทุกสมาคมกีฬา ไม่ว่าจะเป็นสมาคมเก่าหรือใหม่ จะต้องได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรม นี่คือนโยบายที่ทางคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้ตั้งใจไว้

Digital Government หัวใจแห่งการเปลี่ยนแปลง

“จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2568 นี้ คือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนกระบวนการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีหัวหอกคือการพัฒนาระบบคำขอรับการสนับสนุนออนไลน์รูปแบบใหม่ ภายใต้นโยบาย Digital Government เพื่อมุ่งสู่การเป็นกองทุนดิจิทัลเต็มรูปแบบ ระบบดังกล่าวถือเป็นฟันเฟืองหลักที่ตอบสนองนโยบายเร่งด่วน “100 วันแห่งการเปลี่ยนแปลง” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”

“ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้ผู้ขอรับการสนับสนุน สามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ (Real-time) ตลอดจนการลงนาม MOU และการรายงานผลดำเนินงานทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ จะช่วยลดภาระทางด้านเอกสาร เพิ่มความโปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ส่งผลให้การบริหารงบประมาณภาครัฐรวดเร็ว ถูกต้อง และตอบสนองต่อความต้องการของวงการกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจและประโยชน์สูงสุด กองทุนฯ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ผู้แทนจากสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และสำนักงาน กกท. ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถใช้งานระบบใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ก้าวย่างปี 2569 พร้อมขับเคลื่อน ต่อยอดความสำเร็จ สู่ความยั่งยืน

นายทนุเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กองทุนกีฬาฯ ยังคงเดินหน้าต่อยอด พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หลักที่วางไว้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ในปีหน้าเราจะมุ่งเน้นการเสริมประสิทธิภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น สร้างหลักประกันเพื่อดูแลนักกีฬาทุกรูปแบบ ทบทวนเกณฑ์การให้เงินรางวัลให้มีความชัดเจนและเป็นธรรม พร้อมปรับปรุงสวัสดิการใหม่ให้ครอบคลุมทั้งนักกีฬาและบุคลากร

“ภารกิจของเราคือการสานต่อกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ยกระดับองค์กรให้เข้มแข็ง ผลักดันการพัฒนากีฬาไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง ให้เป็นไปตามนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”