เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ย.2568 ที่รัฐสภา ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงจุดยืนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคประชาชน ว่า ในฐานะแกนนำฝ่ายค้านพร้อมใช้ทุกกลไกของสภาตรวจสอบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย มีเงื่อนไข 3ข้อจะใช้ยื่นอภิปรายคือ 1.ถ้ารัฐบาลอยู่เกินวันที่ 31ม.ค.2569 ไม่ยุบสภา จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที 2.หากแก้รัฐธรรมนูญหมวด15/1 ปลดล็อกรัฐธรรมนูญใหม่ไม่สำเร็จในชั้นสภาในสิ้นปีนี้ ถ้าจะให้เสร็จในวาระ3 ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณาวาระ2 ดังนั้นการที่รัฐบาลตัดสินใจเปิดหรือไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญ จะบอกได้ว่า รัฐบาลจริงใจแก้รัฐธรรมนูญแค่ไหน 3.หากดำเนินนโยบายสร้างความเสียหายหนักต่อประชาชน สะท้อนความไม่โปร่งใส แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อาจยื่นอภิปราย แต่จะต้องรอเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 12ธ.ค. แต่กระบวนการเมื่อยื่นแล้ว กรอบเวลาจะเป็นอย่างไร ต้องหารือกับพรรคเพื่อไทยด้วย แม้พรรคเพื่อไทยมีสส.เกิน 100คน มีสิทธิยื่นได้ด้วยตัวเอง แต่หากเรามีเป้าหมายตรงกัน ควรหารือว่าแต่ละพรรคมีมุมมองเรื่องนี้อย่างไร
เมื่อถามว่า หากไม่มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ จะดำเนินการอย่างไร นายพริษฐ์ตอบว่า ถ้าไม่เปิดก็ผิดเงื่อนไขข้อ2 ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี แต่ถ้าเปิดสมัยวิสามัญพิจารณาวาระ2 เสร็จก่อนวันที่ 12 ธ.ค. ในช่วงรอ 15วันก่อนเข้าวาระ3 ถ้าตัดสินใจรอก็รอ แต่ถ้ามีเหตุอื่นที่ไม่สามารถรอ 15วันได้ เป็นสิทธิที่พรรคการเมืองจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และหากวาระ 3 ในปลายเดือนธ.ค. ไม่ผ่านสภา ก็ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเห็นการแก้รัฐธรรมนูญสำคัญกว่าสแกมเมอร์หรือไม่ เพราะหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะยื่นอภิปรายทันที นายพริษฐฺ กล่าวว่า ให้น้ำหนักทั้งคู่ พรรคประชาชนยึดประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง
เมื่อถามถึง กรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุยังไม่เห็นความผิดร้ายแรงของรัฐบาลต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคประชาชนพยายามตรวจสอบ ชี้ให้เห็นข้อกังขาเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาล สิ่งที่ชัดเจนที่สุดเป็นเรื่องสแกมเมอร์จะตรวจสอบต่อไป เมื่อเปิดสภาวันที่ 12 ธ.ค.นี้ จะมีข้อมูลเพิ่มเติมรัฐบาลเอาจริงเอาจังมากแค่ไหน รวมถึงผลประโยชน์ทับซ้อนและการเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่ 2ข้อมูลนี้จะนำมาประกอบการตัดสินใจของพรรค.



