เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2568 โดยเป็นกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับ พ.ศ. 2551 โดยมี ข้อห้ามสำคัญ คือห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่หรือบริเวณที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อประโยชน์ในทางการค้าในเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 32 มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ช่วงเวลาที่ต้องระวังในการบริโภค คือเวลาห้ามขาย และเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามประกาศที่เกี่ยวข้องคือ ช่วงเช้า 00.00 น. ถึง 11.00 น. ช่วงบ่าย 14.00 น. ถึง 17.00 น. ทำให้การนั่งดื่ม ติดลม หรือ นั่งแช่ ในร้านขายหรือให้บริการ หลังเวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) เป็นต้นไป หรือช่วงบ่าย 14.00 – 17.00 น. จึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนและถูกปรับได้

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศและสอบถามความคิดเห็นร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะที่ร้านล้านเล่า บ้านเป็ด ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อพูดคุยกับเจ้าของร้านหลังพบว่าได้รับผลกระทบอย่างมาก ออกกฎนี้มาลูกค้าหายไปเยอะ ยอดขายลดลงทั้งที่กำลังขายดีจากมาตรการคนละครึ่งพลัส

น.ส.สุนิตรา อุไกรษา เจ้าของร้านอาหาร กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ร้านได้รับผลกระทบ 100% โดยปกติเวลาลูกค้านั่งทานหลัง 14.00 น. ลูกค้าก็จะสั่งของและนั่งทานได้เรื่อยๆ แต่พอออกกฎนี้มาทำให้ลูกค้าไม่สามารถนั่งได้ รายได้ที่ร้านก็ลดลง กับข้าวกับแกล้มก็ขายไม่ได้ไปด้วย เพราะลูกค้าก็เหมือนต้องหยุดกินเช็คบิลกลับบ้าน อีกทั้งลูกค้าที่ร้านไม่ใช่แค่ลูกค้าคนไทยยังมีลูกค้าต่างชาติด้วย เขามาทานที่ร้านก็ต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มอยู่แล้ว บางครั้งสั่งมาแล้วทานเหลือจะให้ไล่ลูกค้ากลับได้ยังไง

“สงสัยว่าทำไมต้องออกกฎแบบนี้ ออกมาร้านค้ารายย่อยเดือดร้อน ตามสถานประกอบการ สถานบริการ ตามโรงแรมทำไมขายได้ทั้งๆ ที่ลูกค้าตามโรงแรมจะน้อยกว่าที่มานั่งกินร้านแบบนี้ด้วย ทำไมร้านเล็กๆ รัฐบาลทำไมไม่ช่วยเหลือทั้งๆ ที่รัฐบาลกำลังทำโครงการคนละครึ่งพลัสซึ่งก็กำลังไปได้ดี แต่รัฐบาลมาออกกฎแบบนี้จะมีค่าอะไร ย้อนแย้ง ขายได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ”

น.ส.สุนิตรา กล่าวต่อว่า ตั้งแต่มีโครงการคนละครึ่งพลัสรายได้ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 50% บางวันเกือบ 100% พอมาออกกฎแบบนี้จะทำให้รายได้ลดลงไปอีกจากที่กำลังขายได้ขายดี รัฐบาลควรคิดใหม่ทำใหม่เพราะคนที่ออกกฎหมายนั่งแต่อยู่ในห้องแอร์ไม่ได้มายืนผัดยืนทำกับข้าว แบบนี้ไม่รู้ว่ากว่าจะได้เงินแต่ละบาทยากแค่ไหน กว่าลูกค้าจะเข้าร้าน คิดว่าจะกระทบช่วงไฮซีซั่นช่วงอากาศเย็นเป็นบรรยากาศที่เหมาะกับการดื่มสังสรรค์ของลูกค้า มาจำกัดเวลาแบบนี้เหมือนบังคับให้ร้านปิด

“รัฐบาลควรจะออกกฎหมายใหม่ควรจะให้เปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อิสระแบบไม่จำกัดเวลาไปเลย เพราะคนจะกินเขาก็กินอยู่ดี บางร้านก็เอาใส่แก้วเก็บความเย็นแอบขายอยู่ดี อย่ามาคิดเล็ก คิดน้อยเรื่องแบบนี้ คนกินก็อยากกินแบบเปิดเผยไม่ใช่กินแบบหลบๆ ซ่อนๆ เพราะลูกค้าเสียเงินมากิน เข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องทำตามนโยบายแต่ก็อยากให้เห็นใจคนทำมาหากินแบบถูกกฎหมายด้วย ถ้ารัฐบาลยังออกกฎหมายอะไรแบบนี้มาอยู่ รอบหน้าอย่าหวังว่าจะได้คะแนนเสียงเลย”