สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ระบุว่า ภายในเวลา 15 ปี สถานที่ต่าง ๆ ซึ่งรองรับผู้ลี้ภัยเกือบครึ่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน อาจเผชิญกับความเสี่ยงสูงมาก จากผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ
“การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ไม่เพียงทำให้ความเสี่ยงที่มีอยู่ทวีความรุนแรงขึ้น แต่มันยังผลักดันแนวโน้มการพลัดถิ่น รวมถึงสร้างความเสี่ยงที่ซับซ้อนและทวีคูณสำหรับผู้ลี้ภัย ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากไม่มีทางหนีรอดจากผลกระทบดังกล่าว” ยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุในรายงาน
Millions of refugees are trapped in a vicious cycle of conflict and climate extremes, the United Nations said on Monday, urging the #COP30 summit to provide financing for the most vulnerable. https://t.co/1GXTxRi9jc
— CGTN (@CGTNOfficial) November 10, 2025
นอกจากนี้ ยูเอ็นเอชซีอาร์ยังระบุว่า ภายในช่วงกลางปี 2568 มีผู้คน 117 ล้านคนพลัดถิ่นเพราะสงคราม ความรุนแรง และการข่มเหง โดยผู้ลี้ภัยในสัดส่วน 75% อาศัยอยู่ในประเทศที่เผชิญกับความเสี่ยงต่อภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ในระดับสูงถึงสูงมาก อีกทั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ทำให้เกิดการพลัดถิ่นภายในประเทศของประชาชนราว 250 ล้านคน
ขณะที่ นายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การจัดหาเงินทุนด้านสภาพอากาศ จำเป็นต้องเข้าถึงชุมชนที่เผชิญกับความเสี่ยงอยู่แล้ว เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่มีทรัพยากรน้อยที่สุดในการฟื้นตัว ซึ่งที่ประชุมคอป30 ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้คำมั่นสัญญาที่ว่างเปล่า.
เครดิตภาพ : AFP



