ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 พ.ย.2568 จะมีการพิจารณาโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อไป” เป็นมาตรการแก้หนี้ต่ำแสน โดยโอนให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ นำหนี้เสีย NPL ที่มียอดต่ำกว่า 100,000 บาท ไปดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ครม. จะมีการเปิดตัวโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีพิธีลงนาม MOU และแถลงข่าว “โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้” (โครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC)) ในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.30-16.30 น. ณ ห้องภัทรรวมใจ อาคาร 2 ชั้น 2 ธปท. สำนักงานใหญ่
สำหรับผู้แถลงข่าว และรายนาม MOU ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง , นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. และนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้แทนของสมาคมธนาคารไทย (TBA)
สำหรับแนวทางของมาตรการแก้หนี้ต่ำแสน โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้
- คุณสมบัติต้องมียอดหนี้เสีย NPL ณ วันที่ 30 ก.ย.68 ไม่เกิน 100,000 บาท (หนี้เสีย NPL คือ มีการค้างชำระเกิน 90 วัน หรือ 3 เดือนขึ้นไป)
- ลูกหนี้ที่ถูกโอนหนี้ไปยัง AMC จะได้รับความช่วยเหลือ การปรับโครงสร้างหนี้ผ่อนปรน เช่น ค่างวดลดลง ดอกเบี้ยลดลง และมีโอกาสขอสินเชื่อใหม่ได้โดยไม่ต้องรอ 3 ปี เป็นการปลดล็อกข้อมูลประวัติในเครดิตบูโร
- หนี้เสีย NPL ต่ำแสน มีทั้งหมด 4.76 ล้านบัญชี คิดเป็น 3.5 ล้านคน ยอดหนี้ 122,000 ล้านบาท แบ่งความช่วยเหลือ 2 เฟส ดังนี้
–เฟส 1 : AMC รับโอนหนี้เสีย NPL ของธนาคารพาณิชย์ , นอนแบงก์บริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ โดย ‘SAM’ และธนาคารของรัฐ (แบงก์รัฐ) โดย ‘Ari-AMC’ รวม 2.36 ล้านบัญชี คิดเป็น 2 ล้านคน ยอดหนี้รวม 62,400 ล้านบาท และระหว่างนี้สถาบันการเงินต่างๆ โดยเฉพาะแบงก์รัฐ จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกตามมา
–เฟส 2 : จะเป็นส่วนที่เหลือจากเฟส 1 เป็นกลุ่มของนอนแบงก์ที่ไม่ได้เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ จะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือ ลดภาระหนี้ และแก้หนี้ประชาชนต่อไป



