วันที่ 12 พ.ย. นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการรวมตัวของสมาคมและชมรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (12 พ.ย.) เวลา 10.30 น. ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน

นายสรเทพ ระบุว่า ผลจากการยื่นหนังสือในวันนี้ ทางนายสิริพงศ์ โฆษกรัฐบาล ได้รับหนังสือถึงข้อกังวลจากปัญหาดังกล่าว โดยต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) คาดว่าจะมีการปลดล็อกช่วงเวลา 14.00-17.00 น.ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ และหลังเที่ยงคืนสามารถนั่งดื่มได้ถึงเวลา 01.00 น.

สำหรับรายละเอียดหนังสือยื่นถึงนายกฯ อนุทิน เรื่อง ​ขอความอนุเคราะห์พิจารณาทบทวนและยกเลิกข้อจำกัดเวลาจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568

เนื้อหาระบุว่า ด้วยเครือข่ายสมาคมผู้ประกอบธุรกิจภาคบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในหลากหลายรูปแบบ และพื้นที่ดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย ขอแสดงความชื่นชมและขอบพระคุณอย่างสูงในความมุ่งมั่นของรัฐบาล ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทุ่มเทดำเนินนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัสและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงรุก เช่น การขยายการยกเว้นวีซ่า (Visa-Free) ในหลายประเทศ การตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวไว้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท ตลอดจนความพยายามในการปลดล็อกอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายสมาคมฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อบทบัญญัติบางประการในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้เริ่มสร้างผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ ตลอดจนสร้างความสับสนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศ

ประเด็นที่เป็นข้อกังวลเร่งด่วนที่สุด คือ การคงข้อจำกัด “เวลาห้ามจำหน่าย” (14.00-17.00 น. และหลัง 24.00 น.) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มบทบัญญัติ “ห้ามบริโภค” ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีบทลงโทษปรับต่อผู้บริโภค (รวมถึงนักท่องเที่ยว) สูงถึง 10,000 บาท บทบัญญัตินี้ได้สร้างความสับสนและประสบการณ์เชิงลบให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และขัดต่อนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง

เครือข่ายสมาคมฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ และมุ่งมั่นในการทำธุรกิจโดยลดการบริโภคที่เป็นอันตราย ทว่า เครือข่ายสมาคมฯ เชื่อมั่นว่าการคงข้อจำกัดเวลาดังกล่าวซึ่งบังคับใช้มากว่า 50 ปี ไม่ได้ช่วยลดผลกระทบเชิงลบ แต่กลับสร้างอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย และอาจผลักดันให้เกิดธุรกิจนอกระบบ (ตลาดมืด) ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

งานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Research Institute – TDRI) ยืนยันว่าการห้ามขายช่วง 14.00-17.00 น. ซึ่งเป็นกฎหมายเก่ากว่า 53 ปี “ล้มเหลว” ในการลดการบริโภค และเป็นเพียงการผลักดันการซื้อขายไปสู่ช่องทางนอกระบบ ส่งเสริมตลาดมืด ความเข้มงวดที่มากเกินไปสำหรับสินค้าถูกกฎหมาย จะเร่งให้ตลาดมืดและสุราเถื่อนขยายตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง และทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีมหาศาล

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายฯ จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์มายังท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดใช้อำนาจฝ่ายบริหารและมีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ “ยกเลิก” ข้อจำกัดเวลาห้ามจำหน่ายและห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00–17.00 น. และหลัง 24.00 น. โดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น และปลดล็อกอุปสรรคสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

“ขอย้ำว่า ภาคเอกชนทุกภาคส่วนพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการหาแนวทางกำกับดูแลที่สร้างสมดุลระหว่างมิติทางสังคมและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”