เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 12 พ.ย. ที่เทศบาลเมืองผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำและสั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามหลักการ ดังนี้ ความรวดเร็วในการช่วยเหลือชีวิตและความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก ต้องจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เรือ เครื่องมือ และถุงยังชีพให้เข้าถึงพื้นที่ที่ถูกตัดขาดโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ความโปร่งใสในการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายและผันน้ำจะต้องสื่อสารข้อมูล การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ และปริมาณการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก ให้ประชาชนและฝ่ายปกครองในพื้นที่ทราบอย่างชัดเจน เป็นรายชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ไม่ใช่การสื่อสารแบบฉับพลัน ความเป็นธรรมในการใช้พื้นที่รับน้ำหากจำเป็นต้องใช้พื้นที่ทุ่งรับน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ

นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลขอให้คำมั่นว่า มาตรการเยียวยาจะต้องรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ตามที่เคยมีข้อตกลงและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยขอให้ผู้ว่าฯ เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย การวางแผนระยะถัดไป ต้องไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซ้ำไปซ้ำมา ขอให้หน่วยงานด้านน้ำ โดยเฉพาะสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมชลประทาน ร่วมกับผู้ว่าฯ นำข้อมูลในพื้นที่จริงมาพิจารณาแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาแบบบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยไม่มีเส้นแบ่งของกระทรวงหรือกรม มีปัญหาต้องยกขึ้นมาพูดคุยและตัดสินใจ ในฐานะนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะให้การสนับสนุน และตัดสินใจทุกอย่างเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน.



