เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, นายญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.พรรคเพื่อไทย และคณะ สก.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่บนถนนสามเสน ที่เกิดเหตุการณ์ถนนยุบหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต
โดยนายวิพุธ กล่าวว่า มีความกังวลเพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ใช้เวลากว่า 51 วันแล้ว ถนนยังซ่อมไม่เสร็จ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อคนไข้ที่จะมาโรงพยาบาล นักเรียน นักศึกษา บริเวณนั้น นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่กระทบการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน โดยอยากให้ทาง กทม. ประเมินความเสียหาย ทั้งถนน ท่อประปา เสาไฟฟ้า สาธารณูปโภค รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายภารกิจด้านการสนับสนุน การรื้อถอน โดยให้ทางผู้รับเหมาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้
นายวิพุธ กล่าวอีกว่า แม้ว่าวันนี้ผลการสอบสวนยังไม่ออกมา แต่เชื่อว่าเมื่อผลออกมาแล้ว ต้องเร่งดำเนินคดีให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการรับผิดชอบให้เร็วที่สุด โดยทางสภา กทม.จะเร่งติดตามเรื่องนี้ไปพร้อมกับฝ่ายบริหารด้วย

“ไม่ใช่ต้นทุนของผู้รับเหมาที่เสียไปเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนของประชาชน ที่ต้องใช้ชีวิตประจำวันแถวนี้ ซึ่งต้องมีกรอบระยะเวลาในการคืนผิวถนนชัดเจน เพราะในแต่ละวันมีคนเข้าออกโรงพยาบาลหลายพันคน ซึ่งคนไข้ไม่สามารถปฏิเสธการมาโรงพยาบาลได้” นายวิพุธ กล่าว
ด้าน นายกฤชนนท์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ผู้รับจ้างก่อสร้างเกิดการผิดพลาด จึงทำให้เกิดถนนยุบ เป็นหลุมขนาดใหญ่ และลึกกว่า 20 เมตร โดยภายหลังจากนั้น เมื่อเกิดเหตุแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 2 ต.ค. ว่า จะเร่งรัดและจัดการโดยด่วน มั่นใจว่า จะคืนผิวจราจรได้ในวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งจากเมื่อวันนั้น จวบจนมาถึงวันนี้เวลาผ่านมาแล้วเดือนกว่า แต่พื้นผิวถนนยังคงใช้การไม่ได้ ไม่เหมือนที่ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า “พูดแล้วทำ” และที่พูดไว้ว่า “สั่งวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน” ดังนั้นอยากขอให้เห็นใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดในวงกว้าง
นอกจากนี้ อยากให้พิจารณา ดำเนินคดีเอาผิดบริษัทผู้รับจ้าง ที่ทำให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน ถึงแม้ว่าบริษัทผู้รับจ้างจะเป็นบริษัทที่ท่านนายกฯ เคยบริหารงานเมื่อ 20 ปีก่อนก็ตาม เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สังคมได้เห็นได้รับรู้ และคำนึงถึงความปลอดภัยในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น

นายกฤชนนท์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สังคมได้เห็นแล้วว่า มีดินทะลักไหลเข้าไปยังอุโมงค์ในจุดที่สร้างเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมดังกล่าวขึ้น ซึ่งขณะนี้ แม้ว่าจะมีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แต่ก็ยังไม่ทราบถึงสาเหตุว่าดินทรายไหลเข้าไปยังจุดนั้นได้อย่างไร จึงอยากให้นายกฯ ใส่ใจต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และควรเรียกคืนความเชื่อมั่นในการก่อสร้างอุโมงค์ในจุดอื่นๆ ในกรุงเทพฯ เพราะตอนนี้หลายจุดในกรุงเทพฯ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งมีการดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ที่รูปแบบคล้ายกันหลายจุด



