วันที่ 13 พ.ย.นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) หรือ BAM  เปิดเผยว่า BAM เตรียมปิดดีลการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ หรือ JV AMC (เจวีเอเอ็มซี) กับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 2 แห่ง

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาทรัพย์ที่จะนำเข้ามาบริหารจัดการรวมถึงโมเดลธุรกิจ คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถปิดดีลเจวีเอเอ็มซีได้ทั้ง 2 ธนาคารใหญ่ตามเป้าหมายได้แน่นอน

สำหรับมูลค่าทรัพย์หนี้ด้อยคุณภาพ หรือหนี้เสียเอ็นพีแอลที่จะโอนเข้ามาในเจวีเอเอ็มซีที่ร่วมทำกับธนาคารพาณิชย์นั้น ในเบื้องต้นแต่ละธนาคารจะโอนทรัพย์ฯล็อตแรก 10,000 ล้านบาท เมื่อรวม 2 ธนาคารคาดว่าจะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท

ขณะที่ผลเรียกเก็บเงินช่วง 9 เดือนของปี 68 เติบโตในระดับสูง สามารถเรียกเก็บได้มากถึง 13,803 ล้านบาท เติบโตถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนหน้า ที่ผลเรียกเก็บสิ้นปี 67 อยู่ที่ 10,910 ล้านบาท มั่นใจผลเรียกเก็บเงินทั้งปีเข้าเป้าหมายที่ระดับ 17,800 ล้านบาท จากการที่มีพันธมิตรธุรกิจในด้านต่างๆและมีเจวีเอเอ็มซี ส่งผลในผลเรียกเก็บเงินช่วงปี 69 เพิ่มขึ้นได้อีก 5%

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของผลเรียกเก็บเกิดจากการปรับกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและการมีพันธมิตรที่หลากหลาย ส่งผลให้ยอดเรียกเก็บเงินต่อเดือนจากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท มั่นใจในไตรมาส4 ปี 68 ผลเรียกเก็บเงินมีโอกาสขยับขึ้นเป็น 1,500-1,700 ล้านบาทต่อเดือน และมีโอกาสขยับเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาทต่อเดือนได้หลังร่วมทำเจวีเอเอ็มซีกับธนาคารพาณิชย์ทั้ง 2 แห่งในปีนี้ และบริษัทฯได้ทำแผนธุรกิจปี 69 เรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ(บอร์ด)พิจารณาในช่วงเดือนธ.ค.นี้

นายรักษ์ กล่าวว่า กลยุทธ์การสร้างรายได้เพิ่มขึ้น บริษัทฯแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การร่วมการจัดตั้งเจวีเอเอ็มซี  2. การซื้อหนี้และสิทธิเรียกร้องจากเจ้าหนี้รายเดิม เพื่อเข้ามาบริหารจัดการต่อ โดยโครงการดังกล่าวจะมีกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขในการแบ่งปันผลกำไรที่ชัดเจน ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างทำดีลกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 1 แห่ง และ 3.การรับจ้างบริหารหนี้ให้กับสถาบันการเงิน โดยการส่งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปจัดการหนี้

“ช่วงปีนี้จะเห็นว่า BAM ซื้อทรัพย์ใหม่เข้ามาบริหารน้อยมาก ประกอบกับสถาบันการเงินในระบบนำทรัพย์ออกมาขายจำนวนน้อยเพียง 30,000 ล้านบาท เนื่องจากสถาบันการเงินต่างรอเกณฑ์จัดตั้งเจวีเอเอ็มซี และการที่บริษัทฯมีพันธมิตรต่างๆในรูปแบบต่างๆ รวมถึงเจวีเอเอ็มซี จะทำให้บริษัทฯสามารถลดการซื้อทรัพย์ใหม่ และสร้างรายได้ได้เพิ่มขึ้น”

โดยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 68 เป็นที่น่าพอใจ สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้มากถึง 13,803 ล้านบาท และมีกำไร 1,695 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านหนี้เสีย ยังเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ด้วยแนวทางที่ให้โอกาสลูกหนี้ในการได้หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือสถานะทางการเงินของตน