วันนี้ “เดลินิวส์” ได้นำบทความจากเพจกรมอนามัย โดย: กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ได้เคยเขียนถึงการติดเชื้อปรสิตจากน้ำในคอนโด เกิดขึ้นได้อย่างไร? ซึ่ง “น้ำ” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดอย่างคอนโดมิเนียม การจัดการน้ำที่ไม่ถูกวิธีอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้ หนึ่งในนั้นคือ “ปรสิต” ซึ่งสามารถปนเปื้อนมากับน้ำและก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้
ติดเชื้อปรสิตจากน้ำในคอนโด เกิดขึ้นได้อย่างไร?
สำหรับเชื้อปรสิตที่อ้างว่ามีการตรวจพบ คือ อะแคนทามีบา และ ไมโครสปอริเดีย คืออะไร ทำให้ป่วยเป็นโรคอะไรได้บ้างนั้น จากการสืบค้นข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้

ปรสิต Acanthamoeba (อะแคนทามีบา) คืออะไร ทำให้ป่วยเป็นโรคอะไร
อะแคนทามีบา เป็นอะมีบาที่พบในแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำทะเล และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม คนมักได้รับเชื้อโดยบังเอิญและหากมีการติดเชื้อในระบบหายใจจะทำให้ปอดอักเสบ ติดเชื้อทางบาดแผลทำให้เกิด โรคผิวหนังอักเสบเรื้องรัง ส่วนการติดเชื้อที่กระจกตา ซึ่งมักพบในผู้ใส่คอนแทคเลนส์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา ตาแดง ปวดตา ถ้าเชื้อลุกลามอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นหรือ ตาบอด ได้ แต่หากเชื้ออะแคนทามีบาเข้าสู่ระบบเลือดอาจก่อเกิดโรคสมองอักเสบ ซึ่งมักเสียชีวิตในที่สุด

ไมโครสปอริเดีย Microsporidia คืออะไร ทำให้ป่วยเป็นโรคอะไร
ไมโครสปอริเดีย คือปรสิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเช่นเดียวกับอะแคนทามีบา ผู้ติดเชื้อจะเกิดอาการท้องเสียเป็นน้ำ และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุสําคัญของโรคอุจจาระร่วงเรื้อรังในผู้ป่วยเอดส์อีกด้วย
จากเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ผู้พักอาศัยหลายคนมีอาการตาแดง อักเสบ คันตา แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และผลการตรวจสอบพบว่า น้ำประปาในคอนโดมีปริมาณแบคทีเรียสูงเกินมาตรฐาน คาดว่าน่าจะเกิดจากระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ

## วิธีป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อปรสิตและแบคทีเรียในน้ำ
1. ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
2. ตรวจสอบระบบกรองนํ้าไส้กรอง และตรวจสอบผลการตรวจคุณภาพน้ำประจำปี หรือเปลี่ยน ตาม อายุการใช้งาน หากพบการชำรุดให้รีบซ่อมแซมทันที
3. ดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ใช้นํ้า เช่น ก๊อกน้ำ ฝักบัว สายชำระ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
ใครที่อยู่สายคอนโด หรืออาจใช้พื้นที่จัดเก็บน้ำที่ไม่ถูกวิธี หากมีอาการผิดปกติหลังจากสัมผัสน้ำหรือการใช้ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที



