สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่า ตามข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคล่าสุด ราคากาแฟในสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามา พุ่งสูงขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในเดือน ส.ค. และประมาณ 19% ในเดือน ก.ย. โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะโลกร้อน และถูกซ้ำเติมด้วยมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกเก็บจากประเทศผู้ผลิตอย่างบราซิล สูงถึง 50%
ในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ เบสเซนต์กล่าวว่า ครัวเรือนควรคาดหวังต่อประกาศอย่างเป็นทางการในอีก 2-3 วันข้างหน้า เกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่ได้ปลูกในสหรัฐ ซึ่งรวมถึง กาแฟ กล้วย และผลไม้อื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ราคาลดลงอย่างรวดเร็ว
.@SecScottBessent: "You're going to see substantial announcements over the next couple of days in terms of things we don't grow here… coffee being one of them, bananas, other fruits… That will bring the prices down very quickly." pic.twitter.com/e9Vsa1UdVR
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) November 12, 2025
แม้เบสเซต์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่ทรัมป์เคยกล่าวในการสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ว่า รัฐบาลวอชิงตันจะลดภาษีนำเข้าบางส่วน และจะนำกาแฟเข้ามาบางส่วน
รายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐระบุว่า ในปี 2567 85% ของกล้วยสดที่นำเข้า มาจากกัวเตมาลา เอกวาดอร์ คอสตาริกา และฮอนดูรัส ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศเหล่านี้ทั้งหมดต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 10-15%
เมื่อถูกถามถึงเงิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 64,540 บาท) ที่ทรัมป์สัญญาไว้กับชาวอเมริกัน เบสเซนต์กล่าวว่า “ประเด็นนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือ” และยังคงไม่มีการตัดสินใจใด ๆ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



