ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยเสด็จฯ เยือนจีน นับตั้งแต่สองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อ 50 ปีก่อน หรือเมื่อปี 2518 สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งที่ไทยให้ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีน


ความเป็นมิตรระหว่างจีน-ไทย มีรากฐานมั่นคงยาวนาน “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” หยั่งรากลึกในใจประชาชนทั้งสองชาติ รวมถึงระดับพระราชวงศ์ชั้นสูงด้วย ดังเช่นที่ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนจีนมากกว่า 50 ครั้ง ทรงศึกษาภาษาจีน มีพระดำรัสเป็นภาษาจีน และทรงอักษรภาษาจีนได้

People’s Daily


สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ เยือนจีนหลายครั้ง ทรงเล่นเครื่องดนตรีจีน และปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ” ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าว พร้อมระบุว่า ในระดับประชาชน ความผูกพันก็แน่นแฟ้น เนื่องจากชาวไทยจำนวนมากมีเชื้อสายจีน ทำให้สายใย “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวว่า ไทย-จีน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าที่ใกล้ชิด จีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ปัจจุบัน คนไทยเลือกใช้สินค้าจากจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีคุณภาพดีและมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคา


ศ.ดร.บวรศักดิ์ ระบุว่า ความก้าวหน้าของจีนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีน่าประทับใจอย่างยิ่ง ไทยและจีนมีศักยภาพความร่วมมือกว้างขวางในอนาคต โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีการสื่อสาร


เยาวชนคืออนาคตของชาติ และคืออนาคตของความสัมพันธ์จีน-ไทย ศ.ดร.บวรศักดิ์ เคยนำคณะเยาวชนไทยเยือนจีนหลายครั้ง สำหรับเยาวชนไทย จีนเป็นประเทศที่เปิดกว้าง เมื่อพวกเขาได้เห็นรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยจีนและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้วยตาตนเอง “สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาเปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีต่อประเทศจีน” และ “หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนจะทำให้เขาสามารถติดต่อกันเองได้ ซึ่งก็จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น”


ในกระบวนการสร้างประชาคมจีน-ไทย ที่มีอนาคตร่วมกัน การแลกเปลี่ยนด้านการศึกษามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนระหว่างนักเรียนและนักศึกษาของทั้งสองประเทศ ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวว่า “จะเห็นว่านักศึกษาไทยไปเรียนที่จีนมากขึ้น”


ศ.ดร.บวรศักดิ์ ยังชื่นชมอย่างสูงต่อการผลักดันการเปิดประเทศระดับสูงอย่างมั่นคงต่อเนื่อง และความทันสมัยแบบจีน โดยย้ำว่าความทันสมัยแบบจีนคือความทันสมัยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับประเทศเอเชีย


ท่ามกลางสถานการณ์ที่ลัทธิเอกภาคีนิยม และลัทธิคุ้มครองทางการค้ากำลังขยายตัวยิ่งขึ้น ศ.ดร.บวรศักดิ์ มีความเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ควรตั้งอยู่บนความคิดแบบเอกภาคี แต่ควรยึดแนวทางพหุภาคีผ่านการปรึกษาหารือร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไทยและจีนสนับสนุนร่วมกัน


ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และเป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญให้ทั้งสองประเทศผลักดันความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ใหม่ ศ.ดร.บวรศักดิ์ ระบุว่า คาดหวังให้ทั้งสองฝ่ายเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติ และร่วมกันสร้างโอกาสใหม่แห่งการพัฒนา.

ข้อมูล-ภาพ-คลิป : People’s Daily