นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า ที่ประชุมหารือมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69  ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวทั้งระบบ โดยเฉพาะสถานการณ์ข้าวที่มีปริมาณล้นตลาดในช่วงนี้ ซึ่งจากการหารือในครั้งนี้ ได้มีแนวทางการขับเคลื่อนเป็น 2 ส่วน คือ 1) การยกระดับข้าวพรีเมียม และ 2) การแก้ปัญหาราคาข้าวนาปรังที่ตกต่ำ สำหรับข้าวพรีเมียม กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าพัฒนากลุ่มเกษตรกร จำนวน 200 กลุ่ม โดยคัดเลือกจากกลุ่มที่มีความเข้มแข็งในระดับ T1 – T3 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมทำหน้าที่กำหนดเป้าหมายพื้นที่ และสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นให้แต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพด้านการแปรรูป ด้วยการสนับสนุนโรงสีขนาดเล็กและเครื่องบรรจุสุญญากาศ เพื่อเพิ่มคุณภาพและมูลค่าให้ข้าวพรีเมียมของเกษตรกร

สำหรับปัญหาราคาข้าวนาปรังตกต่ำ เนื่องจากปริมาณผลผลิตล้นตลาด กระทรวงเกษตรฯ และกรมส่งเสริมการเกษตรได้เสนอ โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปสู่พืชทางเลือก โดยระยะแรกกำหนดพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 500,000 ไร่ และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมอีก 500,000 ไร่ รวมเป็น 1 ล้านไร่ ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินศึกษาความเหมาะสมของพืชชนิดอื่นที่สามารถปลูกทดแทนได้ในพื้นที่นาปรัง เพื่อวางมาตรการดูดซับผลผลิตและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน

 “การขอความร่วมมืองดปลูกข้าวนาปรังยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งผลักดันควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น พร้อมพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาการปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชในระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ไม่เหมาะสมอย่างยั่งยืน”