“ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสพูดคุยกับ นายธีระ วัชรปราณี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ซึ่งอธิบายถึงกฎหมายฉบับใหม่ว่ายังคงยึดหลักการควบคุมในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าและการโฆษณา และผู้บริโภค นอกจากนี้ยังปรับปรุงขึ้นอีกหลายข้อ โดยข้อที่เป็นประเด็นคือ การห้ามขายและห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ นอกเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ เจตนารมณ์เป็นการจำกัด หรือควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาตามมา อย่างการดื่มนอกเวลาในสถานที่ขาย เจตนาคือต้องการจำกัดนักดื่มที่ดื่มมาต่อเนื่องในร้าน เมื่อถึงเวลาที่กำหนดในการห้ามขายก็ไม่ควรมีการขาย หรือดื่มต่อในร้าน กล่าวคือ หากดื่มแอลกอฮอล์มากไปก็อาจจะมีปัญหาตามมานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวก็เข้าใจว่าหลายฝ่ายมีข้อกังวลด้านท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งจุดนี้ข้อกฎหมายเขียน “ข้อยกเว้น” ไว้ในบางกรณี รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีการกล่าวตักเตือนก่อนได้

พร้อมยกตัวอย่างต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลียก็มีกฎหมายในลักษณะดังกล่าว รวมถึงในสหรัฐก็มีการจำกัดเวลาขายของผับ บาร์ เช่นกัน เหตุเพราะหากไม่มีการจำกัดการขายอาจกลายเป็นปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น การทะเลาะวิวาทและความรุนแรงต่าง ๆ ไทยเองก็มีเจตนารมณ์เช่นเดียวกัน

อีกประเด็นที่มีข้อกังวลจะกลายเป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จากนักดื่มที่ดื่มเกินเวลาในร้าน เรื่องนี้มองเปรียบเปรียบเสมือน “ดาบสองคม” คือ มีกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาหนึ่ง แล้วก็มีข้อกังวลว่าอาจจะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตาม คือ เจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บส่วย

“ข้อกังวลดังกล่าว วิธีแก้ไม่ควรต้องไปยกเลิกกฎหมายที่เราตั้งใจเอาไว้ แต่สิ่งที่ควรแก้ ตนมองในมุมว่าก็ต้องดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่รับส่วยดีกว่าหรือไม่”

ยกตัวอย่าง การมีกฎหมายจราจร แต่มีเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ จากการไม่สวมหมวกกันน็อก หรือ ขับฝ่าไฟแดง แล้วเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายจราจรไปเลย อย่างนั้นก็พูดได้ใช่หรือไม่ เพราะสิ่งที่ควรทำ คือ ภาคประชาชนก็ต้องตรวจสอบ สอดส่อง ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง เช่น อาจมีการติดกล้องหน้ารถ เป็นต้น

“กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์หลายประเทศก็ทำและใช้อยู่ แต่อาจไม่ได้เหมือนกัน 100% แต่ทั้งหมดเป็นไปตามหลักการเดียวกัน ดังนั้น ตนคิดว่าการมีกฎหมายดีกว่าไม่มีกฎหมาย”

สุดท้ายตนมองว่านโยบายของรัฐบาลที่พูดถึงการท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจ ในฐานะทำงานด้านสุขภาพซึ่งจะเห็นปัญหาผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งหลายคนอาจมองว่าตนไม่ได้มองเห็นถึงปัญหาและผลกระทบของผู้ประกอบการ จริง ๆ แล้ว ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ย้ำว่ามองเห็นอยู่ แต่อย่างไรก็ตามตนก็เห็นชาวบ้านที่ ได้รับผลกระทบมีความทุกข์ทรมาน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเหยื่อจากผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่ใช่เรื่องเมาแล้วขับเพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องความรุนแรงในครอบครัวและปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งน้ำหนักที่ต้องชั่ง

“กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์จะช่วยให้สังคมมีความปลอดภัยมากขึ้น ชุมชนสภาพแวดล้อมดีขึ้น ในด้านท่องเที่ยว ตนมองว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ”

ทั้งนี้ ที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ อยากฝากให้ทบทวนผลกระทบที่อาจตามมาในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน