เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่พรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ว่า สำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งบัตรใบเดียว ซึ่งเราก็ได้รับการเลือกมาเป็น สส. จำนวน 10 คน แต่ตนมองว่าพรรคการเมืองก็ไม่ได้คิดจะทำงานเพื่อประชาชน แต่คิดว่าทำอย่างไรถึงจะให้พรรคของตัวเองมีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง และจะเอาเปรียบคนอื่นอย่างไร 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า จนในการเลือกตั้งปี 2566 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเปลี่ยนจากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ อีกทั้งผู้สมัครไม่ได้หาเสียงให้พรรค แต่หาเสียงให้เบอร์ของตนเอง เพราะฉะนั้นจาก สส. จำนวน 10 คน ก็เลยเหลือตนแค่คนเดียวในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หากมีแค่เสียงของตนเพียงเสียงเดียวในสภา จะไปคิดหรือจะทำอะไรก็ไม่ได้

“ผมกำลังทำเรื่องที่คนอื่นไม่ทำ คือกรณีของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ร่วมกับพวก ขอพระราชทานอภัยโทษ กราบบังคมทูลพระอภัยโทษ ส่อว่าเป็นเท็จหรือไม่ ซึ่งมีใครบ้าง หลังจากนี้ขอผมรวบรวมพยานหลักฐานก่อน” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่พรรคเสรีรวมไทยมีเพียงแค่ สส. คนเดียว ทำให้ผู้สมัครพรรคหายหมด แต่ตนขอตั้งคำถามว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มันถูกหรือไม่ ที่ระบุว่าให้ สส. เป็นอิสระไม่อยู่ใต้บังคับของพรรคการเมือง ซึ่งเท่ากับสอนให้คนไม่รักองค์กร เอาแต่ตัวรอด เรื่องนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ เพราะส่วนดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ดี เช่น กรณีของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โดนถอดถอนจากการเป็นนายกฯ ก็เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ระบุว่านายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีมาตรฐานทางจริยธรรมก็ถูกถอดถอนได้ แต่ควรที่จะครอบคลุมถึง สส. ด้วย 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันก็ประกาศหาผู้สมัครว่าใครจะมาเป็น สส. ของพรรค ซึ่งสถานการณ์ก็ลำบากอยู่เช่นกัน เพราะเราไม่ได้ทำการซื้อเสียง สส. แต่ยืนยันว่าจะกัดฟันสู้ และอยู่ที่ประชาชน ถ้าไว้ใจพรรคเสรีรวมไทย มีบัญชีรายชื่อที่ใด ก็ขอให้เลือกเราให้ได้มากที่สุด โดยผลงานเมื่อปี 2562-2566 ก็รับประกันคุณภาพอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีพรรคการเมืองใดมาทาบทามให้เข้าร่วมด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ก็มีเหมือนกันแต่เราทำไม่ได้ เพราะพรรคเสรีรวมไทยชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเสรีรวมไทย ซึ่งจะให้ยุบพรรคไปรวมกับเขาเหรอ รวมถึงตนเป็นผู้ใหญ่อายุเยอะเช่นนี้แล้ว จะให้ไปรวมพรรคเหรอ เราก็จะอยู่ในป่าใหญ่อย่างราชสีห์ แต่คนอื่นอย่ามายุ่งกับตนก็แล้วกัน 

เมื่อถามว่าพรรคการเมืองที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้น จะต้องแก้ไขปัญหาใดเป็นลำดับแรก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่จะทำลำดับแรกคือการแก้ปัญหาทุจริต เพราะทุกรัฐบาลไม่มีแนวคิดอุดมการณ์ในการบริหารประเทศ แต่พรรคเสรีรวมไทยมีอุดมการณ์ ถ้าพรรคเสรีรวมไทยได้เป็นนายกฯ ก็จะมีอุดมการณ์ที่จะให้ ครม. ข้าราชการ และประชาชน มีอุดมการณ์ทำงานร่วมกัน โดยอุดมการณ์ที่ว่าคือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเอง ร่วมมือร่วมใจกัน 

เมื่อถามอีกว่ากรณีการแก้ไขสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และสแกมเมอร์ ของรัฐบาล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลรู้ตัวว่าเป็นรัฐบาลชั่วคราว มีเวลาทำงาน 4 เดือน อีกทั้งหากในเดือนธันวาคม 2568 เปิดประชุมสภามา และพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมา มีการยุบสภาขึ้นมา รัฐบาลก็แทบที่จะไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีเวลาน้อย และไม่ได้คิดช่วยเหลือประชาชน ทำแต่เรื่องหาเสียง เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ทั้งที่ประชาชนก็มีปัญหาเดือดร้อนเยอะ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่ท่วมทุกปี หรือกรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ถามว่าปัจจุบันหาบุคคลที่กระทำผิดได้แล้วหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่าการเมืองปัจจุบันเป็นการเมืองสามก๊ก โดยมีพรรคแดง ส้ม น้ำเงิน มองว่าพรรคใดมีความเป็นไปได้ที่จะจับมือร่วมกันมากที่สุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า 

“การเมืองพอผมได้เข้ามาสัมผัสจริง ก็สัมผัสได้ว่า ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร เดี๋ยวต้องดูผลการเลือกตั้ง หากพรรคนี้มีคะแนนมากสุดสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เสียงไม่พอ แต่ว่าอีกพรรคโกงกันเมื่อคราวที่แล้ว หักหลังกันก็ต้องเอามาร่วม ไม่งั้นก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ เป็นนายกฯ ไม่ได้ พอเพื่อไทยพังปุ๊บ ภูมิใจไทยมาปุ๊บ คนนั้นก็มาอยู่นี่ คนนี้ก็ไปอยู่นั้น วุ่นวายกันไปหมด เพราะฉะนั้นนักการเมืองเชื่อใจไม่ได้“ 

เมื่อถามเพิ่มเติมว่าสโลแกน เสรีมีไว้ลุย ยังยืนยันให้กับประชาชนได้ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตัวตนของตนก็คือตัวตนของตน จะไปเปลี่ยนอะไร เพราะฉะนั้นถ้าตนไม่ใช่ของจริงจะไปกล้าลุยเหรอ