นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เสนอ 4 เรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการต่อนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ประกอบด้วย
1. การสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ผอ.สกนช.) คนใหม่ โดยจากข่าวที่นำเสนอโดยสื่อมวลชนว่าจะมีการสรรหาผอ.ท่านใหม่ ถือเป็นรอบที่ 4 แล้ว หลังจากนายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ได้เข้ารับตำแหน่งผอ. เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2563 และได้ดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี วันที่ 16 ส.ค. 2567
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการที่ยังไม่มีผอ.คนใหม่ แม้จะไม่กระทบต่อการบริหารงานหรือการจัดทำแผนของกองทุนน้ำมันฯ เนื่องจากมีคณะกรรมการฯ ดำเนินการพิจารณาเรื่องต่างๆ ระหว่างรอผอ.ใหม่อยู่แล้ว แต่ก็อยากให้กระบวนการสรรหาฯ แล้วเสร็จโดยเร็ว
2. การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน 1 ราย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน 1 ราย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการอีก 2 ราย
สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร ต้องเป็นผู้มีอายุไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ และควรมีอายุไม่เกิน 65 ปีในวันยื่นใบสมัคร ทั้งนี้ อาจเป็นผู้ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่หรือเกษียณอายุแล้วก็ได้ ส่วนการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการฯ นั้น จะอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและสนับสนุนคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันฯ ในการกำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ รวมถึงการพิจารณา ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน เช่น มติการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อไป
3. แผนวิกฤติการด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568-2572) หลังจากแผนฉบับเก่า (2563-2567) จบลงแล้ว โดยแผนใหม่นี้จะกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน (LPG) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการปรับนิยาม “วิกฤติราคาน้ำมัน” ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม
ในส่วนของมาตรการควบคุมราคาขายปลีก กองทุนน้ำมันฯ จะมีการทบทวนเพดานราคาน้ำมันดีเซลที่กำหนดไว้ที่ราคา 30 บาทต่อลิตร และก๊าซ LPG ที่ราคา 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ในช่วงรัฐบาลก่อนได้มีการเสนอต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน แล้ว แต่ไม่ผ่านการพิจารณา ดังนั้น ปัจจุบันจึงเร่งเสนอต่อนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
4. เร่งออกประกาศและกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการลดการจ่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งขณะที่มาตรการยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้กองทุนต้องยุติการชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมจากพืชพลังงานทั้งกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป นั้น กองทุนฯ จะยังคงดำเนินการตามแผนโดยจะเข้าอุดหนุนเฉพาะกรณีเกิด “ภาวะวิกฤติ” เท่านั้น



