เมื่อวันที่ 17 พ.ย. สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยายังคงมีปริมาณน้ำสูง แม้ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มมีการปรับลดอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยนาท ยังคงมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
โดยล่าสุด สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,925 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.51 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.41 เมตร/รทก. และเขื่อนเจ้าพระยา มีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,755 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จากการคาดการณ์ของกรมชลประทาน จากสถานการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีแนวโน้มทรงตัวและลดลงเล็กน้อยในช่วงเวลานี้ เพื่อเป็นการลดผลกระทบด้านท้าย จึงขอแจ้งปรับลดปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา สำหรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงระยะเวลานี้ จะทำการหน่วงน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทดยกระดับตามความจำเป็นไม่เกิน 17.70 เมตร/รทก. รับเข้าระบบฝั่งซ้ายและฝั่งขวาอย่างเต็มศักยภาพ รวมประมาณ 640 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และขอประชาสัมพันธ์ทุกภาคส่วน ทราบถึงสถานการณ์น้ำและติดตามสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ในพื้นที่ ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท หนึ่งในพื้นที่ประสบอุทกภัย ชาวบ้านยังคงต้องอพยพมาอาศัยอยู่บริเวณริมถนนสายคันคลองมหาราชกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ยังคงมีปริมาณสูง ชาวบ้านต้องอาศัยเรือเป็นยานพาหนะพายเข้าออกบ้าน

โดยนางอรอนงค์ หัวรักกิจ ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ปัจจุบันยังไม่ทรงตัว ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับความเดือดร้อน ต้องอพยพไปอาศัยอยู่ริมถนน เนื่องจากมีเด็กเล็ก ส่วนตัวบ้านยังคงอาศัยได้บนชั้น 2 แต่ตอนเข้าบ้านจะลำบาก เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมสูงต้องมุดหลังคาเข้า โดยในปีนี้ยอมรับว่าลำบากมากเหนื่อยสุดๆ เพราะน้ำท่วม 3 รอบ ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจอน้ำท่วม 3 รอบ และยังคงกลัวว่าจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำอีก เพราะจะไม่สามารถเข้าไปอาศัยในบ้านได้ และน้ำอาจจะไหลข้ามถนน



