เมื่อเวลา 13.06 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องเอาผิดผู้ปล่อยคลิปเสียงสนทนาเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งพาดพิงนายทรงศักดิ์ให้ได้รับความเสียหาย ว่า หลังจากตรวจสอบคลิปเสียงช่วงแรกไม่มีการพูดชื่อตนเหมือนมีการดูดเสียงออกไป แต่คลิปที่ออกมาหลังจากนั้นมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยว สมัยที่เป็น รมช.มหาดไทย ซึ่งตนเป็น รมช.มหาดไทย ตั้งแต่สมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย ในขณะนั้น จนมาถึงช่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ควบ รมว.มหาดไทย ก็ให้ตนดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ด้วย และได้รับมอบหมายให้ตนไปประชุมกองกลาง (ก.) ที่เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น ซึ่งตนก็ไม่ปฏิเสธ แต่ข่าวที่ออกมาครั้งนี้ทำให้ตนได้รับความเสียหาย เพราะมีเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งตนยืนยันว่าเป็นคนหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้มีการทุจริต เวลาไปเป็นประธานการประชุมกองกลางก็กำชับในเรื่องนี้ ถึงขั้นหากตรวจพบว่ามีการทุจริต มหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัดสอบต้องรับผิดชอบ หากมีผู้กระทำความผิด อาจจะต้องไปเป็นคดีพิเศษ

นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นเราหามาตรการป้องกันการทุจริต และไปกำหนดในทีโออาร์ เช่น กระดาษคำตอบต้องสอบในที่สอบ เราทำทุกอย่างแต่ก็มีคนให้ข่าวว่าตนเข้าไปมีส่วน ซึ่งภาพรวมของคลิปต่างๆ ที่ออกมาคล้ายว่า มีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบ ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องแต่เป็นการป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ข่าวออกมาแล้วหากตนไม่ทำอะไรเลย ภาษากฎหมาย “นิ่งคือการยอมรับ” จึงขอใช้สิทธิวันในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ จะให้ทีมกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่พูดคุยในคลิป และพาดพิงมาถึงตน ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ในเวลา 10.00 น. ใครพาดพิงถึงตน และทำให้เสียหายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะที่มีการจัดสอบดังกล่าว นายทรงศักดิ์กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า นายอนุทินมอบหมายให้ตนประธานดูแลกองกลาง (ก.) และไปเป็นประธานการประชุมตลอด ทั้ง ก.อบจ. ก.เทศบาล และ ก.อบต.

เมื่อถามว่ามีการระแคะระคายอะไรหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีแค่ข่าว แต่ยังไม่มีข้อเท็จจริง เราปิดช่องว่าง มีทีโออาร์เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น การสแกนข้อสอบจริงก่อนนำไปเก็บไว้ในห้องมั่นคง เมื่อถามอีกว่าขณะนี้ทราบหรือไม่ว่าบุคคลในคลิปเป็นใครบ้าง นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตรงนี้ พูดได้เพียงชื่อเล่นที่ออกมาในสื่อ ซึ่งเป็นการสนทนากันระหว่าง ผู้หญิงที่ชื่อเล่นว่า “ส้ม” และผู้ชายชื่อ “กิจ” และตอนนี้เรามีข้อมูลแล้วว่าชื่อจริงชื่ออะไร ซึ่งเมื่อแจ้งความแล้ว ก็ให้พนักงานสอบสวนเรียกคนเหล่านี้เข้ามาให้ปากคำในฐานะที่ทำให้ตนเสียหาย และขอยืนยันว่าไม่รู้จักบุคคลเหล่านี้ ก็ไม่เข้าใจว่าเอาชื่อตนไปอ้างได้อย่างไร ตนได้ฟังคลิปหนึ่งบอกว่าไม่รู้จักตน แต่รู้จักคณะทำงาน ตนก็เรียกคณะทำงานมาพูดคุย ก็ไม่มีใครเกี่ยวข้อง ขณะนี้ตนยังไม่รู้ว่าคลิปเสียงที่ออกมาตั้งใจมีจุดประสงค์อะไร เพราะมีหลายประเด็นพาดพิงหลายบุคคล แต่ที่สรุปได้ คือพูดก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาการจัดสอบท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจสอบว่าเป็นคลิปเสียงจริง หรือเป็นคลิปเอไอ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ หากเชิญบุคคลที่อยู่ในคลิปมาให้ข้อมูลและบอกว่าไม่ได้พูด คลิปเสียงที่เกิดขึ้นก็อาจเป็นเอไอได้ แต่เมื่อมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้อง หากไม่ทำอะไร คนอาจจะมองว่าตนยอมรับ อันนี้ตนไม่ยอมรับ ยืนยันความบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับบุคคลที่มีมีชื่อดังกล่าว

เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการแต่งตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการมีวุฒิภาวะ และทราบว่าได้มีการตั้งให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับข้อมูลต่างๆ เรื่องนี้นายกฯ เอาจริง ขอให้รอเมื่อมีการตรวจสอบข้อสอบจริงที่อยู่ในห้องมั่นคง จะเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่าใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต

เมื่อถามย้ำว่ามีการมองว่านายอนุทินอนุโลม นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้ดูที่การทำงาน อย่าคิดไปไกลจนเลยเถิด

เมื่อถามอีกว่าเรื่องนี้กระทบกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ ธรรมชาติของรัฐบาล คนที่เห็นต่างจะคิดไปอีกมุม แต่รัฐบาลพยายามตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่.