เมื่อวันที่ 17 พ.ย. กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กโดยระบุว่า “ตามที่ปรากฏภาพข่าวของสำนักข่าว Fresh News Daily ที่ระบุว่าคุณยังจำฮีโร่ทหารของเราชื่อ ซึม ซ็อมแอง ได้หรือไม่ เขาคือคนที่ถูกทหารไทยจับกุม และได้รับการปล่อยตัว และตอนนี้ได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่แนวหน้าอีกครั้งแล้ว นี่คือจิตวิญญาณความกล้าหาญที่แข็งแกร่งที่สุดของฮีโร่ทหารกัมพูชา ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ภายใต้สถานการณ์ใด ๆ”
โดยกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า ความจริง ร.ต.ซึม ซ็อมแอง คือ เชลยศึกที่ถูกฝ่ายไทยเราควบคุมตัวไว้ในช่วงการสู้รบ ห้วงวันที่ 24-28 ก.ค. 2568 ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่ทางการไทยจะปล่อยตัวกลับไปก่อน 2 ราย เนื่องจากอาการป่วยหนักและมีอาการทางระบบประสาท หรือ จิตเวช เราจึงได้ส่งตัวกลับไป เพื่อให้เข้ารับการรักษาต่อในประเทศกัมพูชา จึงมีเชลยศึกที่ถูกฝ่ายไทยควบคุมตัวเหลืออยู่ 18 ราย ร.ต.ซึม ซ็อมแอง เป็นบุคคลที่มีอาการพิษสุราเรื้อรัง และเสียสติจากความเครียดในระหว่างการทำการรบ โดยก่อนส่งตัวกลับ ร.ต.ซึม ซ็อมแอง ได้ทำเอกสารสัญญาว่าจะไม่เข้าทำการรบอีก ตามที่เขาลงนามเอาไว้
ระหว่างการถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ของไทยได้จัดหารองเท้าให้ใส่อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมใส่ จนฝ่ายกัมพูชามีการไปออกข่าวบิดเบือนว่าเรากลั่นแกล้งไม่ให้ใส่รองเท้าอีกด้วย การที่กัมพูชามีการนำบุคคลที่มีอาการทางจิตเวช เสียสติ หรือ สภาพจิตใจไม่ปกติมาเข้าทำการรบ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และการกระทำเยี่ยงนี้ยิ่งเป็นที่ย้ำชัดเลยว่า การปล่อยตัวเชลยศึกที่เหลืออีก 18 ราย ไม่สามารถกระทำได้จนกว่าความเป็นปรปักษ์จะสิ้นสุดต่อกัน
หลักการสากลที่เกี่ยวข้อง 1.อดีตเชลยศึกไม่ควรถูกบังคับกลับเข้าสู่การรบโดยทันที หลังการปล่อยตัว ตามอนุสัญญาเจนีวา 2.บุคคลที่มีภาวะปัญหาสุขภาพจิตหรือสงสัยว่ามีอาการ PTSD (พีทีเอสดี) โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ถือว่าเป็นผู้เปราะบาง 3.การนำผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วยทางจิตเข้าสู่สนามรบโดยไม่ผ่านการรักษาและประเมินความพร้อม ถือเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 4.การใช้งานทหารหรือบุคคลในสภาพไม่พร้อมรบทางกายหรือทางจิตใจ อาจเข้าข่ายการละเมิดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน
ตามมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงและมนุษยธรรม การนำบุคคลที่มีภาวะผิดปกติทางจิตหรือสงสัยว่ามีอาการพีทีเอสดี กลับไปปฏิบัติการรบ โดยไม่ได้รับการรักษาและประเมินความพร้อมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายไม่เป็นมนุษยธรรม



