เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานกรรมการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ว่า ถึงเวลานี้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมมากในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่อ้างว่ารัฐบาลทำงานยังไม่ถึง 2 เดือน เหมาะสมหรือไม่ ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ และในการอภิปรายครั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับมาเชื่อว่ามีคนตกเก้าอี้รัฐมนตรีแน่ 

นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายนำข้อมูล ข้อเท็จจริงมาให้พรรคเพื่อไทย เพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งยอมรับว่า เมื่อพิจารณาแล้วน่ากลัวมากหากยังปล่อยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และคณะบริหารราชการแผ่นดินต่อไป อาจกระทบกับความน่าเชื่อถือของประเทศในหลายด้าน ดังนั้น การอภิปรายในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมนำความจริงออกมาตีแผ่ให้ประชาชนรับทราบ จำต้องหยุดการทำงานของรัฐบาลที่เต็มไปด้วยความน่ากังขาในหลายเรื่อง เพราะหากไม่ทำ ประเทศไทยคงเสียหายมากกว่านี้ 

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น ส่วนที่พรรคประชาชนอ้างว่ายังไม่พบความเสียหายจากการบริหารประเทศของนายอนุทิน ก็เป็นเรื่องของพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยสามารถยื่นญัตติเองได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคประชาชน และอยากให้พรรคประชาชนหาจุดยืนของตัวเองให้เจอก่อนว่าพรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายค้ำรัฐบาลกันแน่ พรรคเพื่อไทยพร้อม แต่พรรคประชาชนไม่พร้อมก็เป็นเรื่องของพรรคประชาชน

“ส่วนกรณีที่มีพรรคการเมืองบางพรรคเปิดพลังดูดใช้วิธีการตกปลาในบ่อเพื่อน และพบว่า สส. ของพรรคเพื่อไทยบางคนที่มีข่าวลือมาตลอดนั้น ทางพรรคเพื่อไทยไม่นิ่งนอนใจแต่ให้เกียรติคนที่เป็น สส. ด้วยกัน ส่วนในอนาคตจะย้ายพรรคหรือไม่ย้ายพรรคก็เป็นเรื่องของบุคคลนั้น ทางพรรคไม่ก้าวล่วง และที่ผ่านมามีผู้ที่สนใจเดินทางเข้ามาสมัครในพรรคตลอดเวลา พรรคมีความพร้อมหากมีการลาออก ก็พร้อมที่จะนำเสนอคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรคในพื้นที่ดังกล่าวทันที ซึ่งเป็นธรรมดาของการเมือง มีออกก็มีเข้า แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกใครเป็น สส. และพรรคไหนเป็นรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมนำเสนอนโยบายดีๆ เพื่อประชาชนในสนามการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน” นายวิสุทธ์ กล่าว