กรณีคดีพระคึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง วัดดัง จ.ปทุมธานี ที่ถูก กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ดำเนินคดีในข้อหายักยอกและฟอกเงิน หลังถูกกล่าวหาว่าโอนเงินจำนวน 12 ล้านบาท เข้าบัญชีสีกาในประเทศเยอรมนี เเละถูกตรวจสอบเส้นเงินหมุนกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ปปป. ทำหนังสือมาถึงอัยการสูงสุดเพื่อให้วินิจฉัยว่าคดีดังกล่าวเป็นการกระทําความผิดนอกราชอาณาจักรหรือไม่ ซึ่งมีรายงานล่าสุดว่า ทางอัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรและส่งเรื่องกลับมายัง อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เพื่อตั้งคณะทำงานอัยการลงไปร่วมสอบสวน ร่วมกับ ปปป.

สรุปดราม่าวงการสงฆ์! “พระอาจารย์คึกฤทธิ์” ไขปมเงินวัดโยง “สีกา”

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานการสอบสวน แต่งตั้งคณะทำงานคดีสำคัญ ทำการสอบสวนสำนวนคดีอาญาที่มีการกล่าวหา พระคึกฤทธิ์ สวัสดิผล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20

โดยให้เหตุว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีความสำคัญ โดยฐานะของผู้ต้องหา มีข้อเท็จจริงยุ่งยาก อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปด้วย ความสะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งพนักงานอัยการร่วมทำการสอบสวนและแต่งตั้งตั้งเจ้าพนักงานคดีสนับสนุนการทำงานของอัยการ ดังนี้

นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นั่งเป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน ตั้ง นายปรัชญา ทัพทอง รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และยังมีพนักงานอัยการ 8 ราย และเจ้าพนักงานคดี 3 รวมแล้ว 11 ราย เป็นคณะทำงานไปร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน ปปป.

โดยมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายให้คําแนะนํา และก็มีอํานาจในการสั่งการให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามแนวทางการสอบสวนที่อัยการได้เห็นควร