เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 18 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีข้อสั่งการสืบเนื่องจากที่ได้มีโอกาสตามเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. 2568 ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีน เพื่อทรงเจริญพระราชไมตรีและกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้ง เป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ครบ 50 ปี จึงสั่งการมอบหมายเพิ่มเติมให้

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า นายกฯ สั่งการกระทรวงต่าง ๆ ที่ได้ลงนามกรอบความร่วมมือกับจีนไปแล้ว หรือที่กำลังจะลงนามทำความตกลงในอนาคต ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เช่น การอำนวยความสะดวกทางด้านการค้า การตรวจสอบสินค้า การขนส่ง การดึงดูดการค้าการลงทุน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน นอกจากนี้ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลการตรวจสอบ กักกัน และการออกใบรับรองสุขอนามัยสินค้าต่าง ๆ ทั้งสินค้าพืช ปศุสัตว์ และประมง ที่จะส่งออกไปยังจีน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ปลอดภัย สามารถส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของไทย 

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตามที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แจ้งความประสงค์จะซื้อข้าวจากไทย 5 แสนตัน ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งทำความตกลงรายละเอียดในการส่งมอบข้าวให้กับฝ่ายจีนโดยเร็ว รวมทั้งขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมสต๊อกข้าวที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่จีนต้องการไว้ให้พร้อมสำหรับการส่งออกด้วย ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ พร้อมเตรียมการต้อนรับนายกฯ จีน รวมถึงความพร้อมในด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมเกียรติ และเหมาะสมด้วย.