กรณีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา (ปภ.พังงา) รับแจ้งเหตุรถกระบะพุ่งชนราวสะพานสารสิน ฝั่งจังหวัดพังงา บ้านท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ก่อนตกลงทะเลและจมหายทั้งคัน เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ช็อกกลางดึก! กระบะพุ่งชนรั้ว “สะพานรักสารสิน” ก่อนดิ่งทะเลต่อหน้าชาวประมงยืนดูคาตา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ร่วมกับปภ.เขต15ภูเก็ต กู้ภัยกุศลธรรมภูเก็ต และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำลงค้นหา จนพบรถกระบะ โตโยต้า วีโก 4 ประตู สีดำ ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี จมอยู่ในจุดเกิดเหตุช่วงกลางสะพานระหว่างจังหวัดพังงา-ภูเก็ต ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อนายตรีพัฒน์ อายุ 49 ปี ชาว อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ศพอยู่ในที่นั่งคนขับรัดเซฟตี้เบลในอกอุ้มรูปเจ้าแม่กวนไม้แกะสลัก 1 องค์ เบื้องต้นยังไม่สามารถนำศพขึ้นมาได้เนื่องจากกระแสน้ำแรง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ติดต่อกับทางญาติของผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้ตายได้ขับรถออกจากมา 2 คน พร้อมแฟนสาว แต่ไม่ทราบว่าฝ่ายหญิงหายไปไหน ตรวจสอบพบว่าช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ฝ่ายผู้หญิงได้ติดต่อทางแมสเซนเจอร์ ลักษณะข้อความสั่งลาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งทางญาติก็ไม่คิดว่าจะมาคิดสั้นถึงสะพานสารสินด้วยกันดังกล่าว

ล่าสุดในเวลาประมาณ 13.00 น. ชุดประดาน้ำกุศลธรรมภูเก็ต ได้ดำลงไปกู้ศพขึ้น นายตรีพัฒน์ ขึ้นมาได้ และจากการตรวจสอบภายในรถยังพบร่าง น.ส.กันติชา อายุ 39 ปี ชาวอ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ที่หายตัวไปเสียชีวิตอยู่ด้านหลังเบาะคนขับ ก่อนจะนำศพทั้งสองขึ้นมา ส่งชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองคบกันเป็นแฟนอยู่กันฉันสามีภรรยามาร่วม 10 ปี ฝ่ายชายมีอาชีพขับรถแบ๊กโฮ ฝ่ายหญิงค้าขาย สันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุทั้งสองมีปัญหาหลายเรื่องแล้วแก้ปัญหาไม่ตก ก่อนตัดสินใจมาก่อเหตุดังกล่าวสลดด้วยกัน ประกอบกับสะพานเลิกใช้เป็นสะพานแล้ว เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว และปรากฎหลักฐานวงจรปิดจับภาพขณะฝ่ายชายขับรถมาจอดแล้วใช้รถเลื่อนแบริเออร์ปูนกันทางออกแล้วเร่งเครื่องขับพุ่งลงไปในน้ำ รวมถึงข้อความที่ฝ่ายหญิงส่งถึงญาติ ลักษณะอำลา

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ฟันธงเป็นการสมัครใจของทั้งสองฝ่ายเสียทีเดียว อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต และสอบสวนญาติรวมคนสนิทของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป