เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า ตนได้ประชุมวิเคราะห์แนวทางการดำเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้ โดยมีรองอธิบดี ผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยร่วมให้ความเห็น ทั้งในรูปแบบออนไลน์และเข้าร่วม เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และแนวนโยบาย Quick Win กลุ่มเป้าหมายระดับมัธยมปลายจำนวน 10,000 คน ตลอดจนข้อเสนอเกี่ยวกับช่วงวัยที่เหมาะสม แนวทางเสริมคุณภาพข้อสอบ และการประชาสัมพันธ์เพื่อให้หน่วยงาน สถาบันการศึกษาต่างๆ ยอมรับผู้จบโครงการอย่างเป็นทางการ

อธิบดี สกร. กล่าวต่อไปว่า การสอบเทียบเป็น “เครื่องมือวัดคุณภาพ” ที่ต้องออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะโครงการ Fast Track ซึ่งตั้งเป้าส่งผู้เรียนไปสู่สาขาวิชาที่มีความท้าทายสูง เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเฉพาะทางอื่นๆ ที่ผู้เรียนเลือกเดิน ดังนั้นข้อสอบจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการคัดกรองและยืนยันความพร้อมของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง เพื่อให้มหาวิทยาลัยมั่นใจว่าผู้จบจากโครงการมีศักยภาพเทียบเท่าสำหรับการเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้

“นอกจากการวัดผลเชิงวิชาการแล้ว สกร. ยังให้ความสำคัญแก่การค้นหาความเป็นเลิศในมิติที่หลากหลายตามแนวคิด “พหุปัญญา” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความสามารถด้านศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ และทักษะสร้างสรรค์แขนงต่างๆ ได้รับการยอมรับในฐานะศักยภาพที่มีคุณค่าเท่าเทียมกับศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แนวคิดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาคนไทยให้มีความสมบูรณ์รอบด้าน เป็นผู้เรียนที่มีทั้งสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองต่อโลกที่แตกต่างและกว้างไกลมากขึ้น” อธิบดี สกร. กล่าวและว่า การก้าวไปสู่ความสำเร็จเริ่มจากการเรียนรู้และก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง แต่ความก้าวหน้าดังกล่าวจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้เรียนมีพื้นฐานของ “คุณธรรมและจริยธรรม” ควบคู่กันไป เพราะทักษะการอยู่ร่วมกันและความดีงาม คือ รากฐานสำคัญของสังคมในศตวรรษใหม่ ไม่แพ้ความรู้หรือเทคโนโลยีใดๆ

ด้านนางยุพิน บัวคอม รองอธิบดี สกร. กล่าวว่า ความสำคัญของการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเมื่อโครงการนี้เป็นนโยบาย Quick Win ที่ต้องการผลลัพธ์อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน จึงมีบทบาทในการกำหนดทิศทางและยกระดับการทำงานของ สกร. ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในการสร้างระบบที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาส และสะท้อนศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียนยุคใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่การพัฒนากระบวนการสอบเทียบวัดระดับความรู้ให้มีมาตรฐานสูง มีความน่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในอนาคตอย่างแท้จริง.