เมื่อวันที่ 18 พ.ย.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์เตือนภัยสุขภาพ ผ่านเพจหมอเจด กรณีของ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” นักแสดงสาวที่ป่วยหนักจาก ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) โดยเริ่มต้นเพียงอาการ “คล้ายไข้ธรรมดา” แต่กลับลุกลามรุนแรงจนตับอักเสบเฉียบพลัน ค่าตับพุ่งสูงถึง 1,300–1,400 ต้องแอดมิตหลายสัปดาห์ และพักงานยาวกว่า 2–3 เดือน
หมอเจดระบุว่า โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้ร่างกายจะแข็งแรงก็ตาม พร้อมย้ำให้คนทั่วไปตระหนักและป้องกันอย่างถูกต้อง
ไวรัสตับอักเสบอีคืออะไร ทำไมอันตราย?
เชื้อไวรัสชนิดนี้ต่างจากไวรัสตับอักเสบ A–B–C โดยมักมากับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน เช่น
อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ
เนื้อสัตว์ปรุงไม่ทั่ว
น้ำดื่มไม่สะอาด
การปนเปื้อนจากมือหรืออุปกรณ์ทำอาหาร
เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ไวรัสจะโจมตี “ตับโดยตรง” ทำให้ตับบวม ค่าตับพุ่งสูง อาจลามไปถึงถุงน้ำดี–ปอด พบได้ว่าหลายรายมีน้ำในปอดร่วมด้วย โดยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้หญิง ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ มักมีอาการรุนแรงมากขึ้น
สัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้าม
เคสของต้าเหนิงสะท้อนว่าจากอาการเหมือนไข้ปกติ อาจเป็นโรคตับอักเสบอีที่ต้องรีบรักษา อาการที่ต้องสังเกต ได้แก่
ไข้ หนาวสั่น เหงื่อออก
ปวดท้องรุนแรง
กินไม่ได้ อาเจียน
เหนื่อยง่าย
มึนงง พูดไม่รู้เรื่อง
ตรวจพบตับโต ถุงน้ำดีบวม และน้ำในปอดทั้งสองข้าง
โดยค่าตับที่สูงถึง 1,300–1,400 นับว่าอยู่ในระดับ “วิกฤต” เสี่ยงตับวายได้ทันทีหากปล่อยทิ้งไว้
ทำไมโรคนี้ทำให้ค่าตับพุ่งรุนแรง?
ร่างกายจะตอบสนองต่อไวรัสด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างหนัก เกิดการอักเสบเฉียบพลัน ทำให้
ตับทำงานหนัก
เกิดภาวะน้ำดีคั่ง
ถุงน้ำดีบวม
น้ำในปอด
ร่างกายกำจัดของเสียไม่ได้ จนมึนงง อ่อนแรง
หมอเจดย้ำว่า แม้ภายนอกดูปกติ แต่ภายในร่างกายอาจ “พังหนัก” เหมือนที่ผู้ป่วยบอกว่า “เหมือนจะดับ มึนจนพูดไม่รู้เรื่อง”
แนวทางรักษา ต้องใช้เวลานานหลายเดือน
แม้ส่วนใหญ่หายได้เอง แต่ต้องดูแลใกล้ชิด โดยแนวทางรักษา ได้แก่
แอดมิตตรวจติดตามค่าตับ
ให้ยาแก้อาเจียน–ยาแก้ปวด
ให้น้ำเกลือ พักฟื้นเต็มที่
เจาะเลือดถี่ในช่วงสัปดาห์แรก
งดออกงาน–งานหนัก 2–3 เดือน
ตรวจค่าตับทุกเดือนจนปกติ
คนแข็งแรงก็ป่วยได้ ไวรัสนี้ “ไม่เลือกคน”
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ
อาหารไม่สะอาด
เครื่องในสัตว์สุกไม่ทั่ว
น้ำปนเปื้อน
ภูมิคุ้มกันตก
ประวัติภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น SLE
ในหลายเคสพบว่าค่าตับแย่ยิ่งกว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ ด้วยซ้ำ
วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบอี
กินอาหารปรุงสุก 100%
ระวังเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะที่สุกไม่ทั่ว
ล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง
หลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรือน้ำดื่มที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา
เลือกร้านอาหารสะอาด
หากมีไข้ ปวดท้อง อาเจียนเรื้อรัง → ควรตรวจค่าตับทันที
หมอเจดย้ำว่า “ไข้ธรรมดา ไม่ได้ธรรมดาเสมอไป” เคสของต้าเหนิงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าอาหารที่ไม่สะอาดเพียงมื้อเดียว อาจทำให้ตับอักเสบจนวิกฤตได้ หากตรวจพบเร็วมีโอกาสหาย แต่หากช้าอาจเสี่ยงถึงชีวิต



